Story

ถนนอิฐสีเหลืองปูเป็นทางเดินกว้างเพียงพอดีสำหรับหนึ่งคนทอดยาวไประหว่างต้นไม้ใหญ่สองข้างทาง คดเคียวไปในความมืด ดูน่าตื่นเต้นสำหรับคนซึ่งยังไม่คุ้นเคยสถานที่อย่างเธอ สภาพของเด็กสาวในชุดเครื่องแบบนักเรียนมัธยมปลายกระโปรงสีเข้มในป่าทึบสลัวแสงชวนให้นึกถึงฉากของเปิดตัวนวนิยายผจญภัยเรื่องของสาวชาวโลกในดินแดนต่างมิติ ยิ่งคิดว่าไม่มีใครเข้ามาแน่ในสถานที่แบบนี้เพราะทางเข้าส่วนป่าแห่งนี้ทั้งมืดและน่ากลัวเกินกว่าที่เด็กสาวทั่วไปจะกล้าเดินเข้า ยึ่งเพิ่มความอยากรู้อยากเห็นให้เธอมากยิ่งขึ้นสายตาสาดส่องมองซ้ายขวาคล้ายกำลังหาบางสิ่งบางอย่าง แสงสว่างปลายทางดูจะสร้างความผิดหวังให้กับเด็กสาวที่กำลังสนุกกับบทสาวน้อยนักเดินทางบนถนนอิฐสีเหลืองที่จะพาเธอไปสู่โลกอื่น

ทว่า...สุดท้าย ณ ปลายทางมันกลับเป็นโลกใบเดิม เมื่อคิดเช่นนั้นแล้วสีหน้าแสดงความผิดหวังก็ปรากฏขึ้นแทนคำตัดพ้อ แต่สิ่งที่รออยู่หลังทางออกก็สร้างความตื่นตาตื่นใจให้ไม่น้อย ที่โล่งขนาดใหญ่เจาะพื้นลงไปเป็นขั้นบันไดลึกกว่าสี่เมตรจนถึงลานกว้างด้านล่าง กว้างขวางและน่าสงสัยว่าจัดสร้างขึ้นมาเพื่อประโยชน์อะไร แล้วทำไมต้องมาสร้างกันในส่วนของสวนป่าโรงเรียนที่ลับสายตาคนเหมือนต้องการแอบซ่อนเอาไว้ ทั้งยังดูไม่ปลอดภัยเอาเสียเลยหากก้าวพลาดสะดุดตกลงไปคงบาดเจ็บไม่น้อยจากความสูงขนาดนี้ ที่น่าแปลกใจยิ่งกว่านั้นคือด้านล่างมีเด็กสาวสามคนในชุดนักเรียนเสื้อขาวกระโปรงดำของโรงเรียนกมุทะรัตน์กำลังพูดคุยกันอยู่

นักเรียนใหม่รีบก้มตัวลงหลบสายตาจากทั้งสามคน แม้ว่าอีกสองจะหันหลังให้แต่ระยะขนาดนี้เด็กสาวคิดว่าไม่ใช่ระยะที่ห่างไกลจนสังเกตเห็นไม่ได้ว่ามีคนอยู่ด้านบน ในขณะที่เธอกำลังคิดว่าควรจะไปจากที่ตรงนี้ดีกว่าก็มีเสียงหนึ่งกล่าวขึ้น

สรุปว่า... เสียงของหญิงสาวที่พูดอย่างโรยแรงนั้นสร้างความรู้สึกบางอย่างในใจของเด็กสาว เจ็บแปลบและคุ้นเคยจนทำให้เธอค่อยเคลื่อนตัวไปด้านหน้าเพื่อจะได้เห็นผู้พูดชัดเจนขึ้น ถึงจะเหลืออยู่คนเดียวฉันก็คงจะต้องทำงานแทนรุ่นพี่นันธิดา น้ำเสียงนั้นพูดอย่างปรกติ เพียงแต่สำหรับเด็กสาวที่แอบฟังอยู่นั้นมันแฝงด้วยความรู้สึกที่น่าเศร้าอย่างบอกไม่ถูก

รุ่นพี่นันธิดาเขียนจดหมายฉบับนี้ด้วยลายมือ ก็น่าจะเข้าใจได้แล้วไม่ใช่เหรอว่านี่เป็นความต้องการที่แท้จริงของรุ่นพี่ นี่...คิดเหรอว่ารุ่นพี่จะอยู่อย่างใจเย็นที่ปล่อยให้เด็กของตัวเองต้องค่อยรับมือกับแรงกดดันทุกครั้งที่มีการประชุมคณะกรรมการนักเรียน เสียงหนึ่งกล่าวอย่างใจเย็น

พอรุ่นของพี่นันธิดาจบไป พวกเราก็เหมือนคนตัวเปล่านะกันยา ไม่มีอะไรจะไปงัดข้อกับพวกกรรมการนักเรียนเลย ถึงตอนนี้เราจะพ้นจากสภาพนักเรียนใหม่กลายเป็นนักเรียนมัธยมห้าแล้วก็จริง แต่คนที่เราต้องสู้ด้วยเป็นพี่ปีสุดท้ายซึ่งตามธรรมเนียมเราต้องเชื่อฟังทุกอย่าง ถึงเธอจะอ้างว่าเราทำได้ตามหน้าที่ แต่มันก็ไม่ต่างกับว่าเรากำลังท้าทายวัฒนธรรมของโรงเรียนที่ปฏิบัติกันมาหลายสิบปี คำพูดเหล่านั้นกล่าวอย่างรีบร้อนคล้ายไม่มีเวลามากอีกแล้วในการตัดสินใจ เด็กสาวที่แอบฟังอยู่ค่อยขยับตัวคลานแทบติดกับพื้นหามุมที่จะพอเห็นคนทั้งสามได้อย่างถนัดตา

ชัยพฤกษ์... วิชุดา... พวกเธอเข้าใจใช่ไหมว่าถึงฉันต้องเป็นฝ่ายค้านอยู่คนเดียวก็คงไม่มีอะไรเปลี่ยนแปลงความตั้งใจของฉันได้ กันยาตัดสินใจแล้ว เด็กสาวที่แอบฟังอยู่ด้านบนไม่สามารถปะติดปะต่อเรื่องราวที่เกิดขึ้นได้อย่างชัดเจนนัก เพียงแต่ความสนใจของเธอจับอยู่กับน้ำเสียงและคำพูดของกันยาอย่างสนใจโดยไม่รู้ตัว

แล้วเธอล่ะกันยา เข้าใจพวกชั้นไหม ร่วมหัวจมท้ายมากันทั้งปี พวกเราใกล้ชิดกันขนาดไหน ทำแบบนี้ก็ไม่ต่างไปว่าพวกชั้นเป็นคนทิ้งเธอเอาตัวรอด คนอย่างเธอน่าจะมองออกว่าจะเกิดอะไรขึ้นถ้าอยู่ในสภาพแบบนี้ต่อไป เธอจะถูกทิ้งให้โดดเดี่ยว กำลังจะต่อสู้ก็ไม่มีแล้วจะหันหน้าไปหาใครได้ น้ำเสียงนั้นกล่าวอย่างมีอารมณ์

ชัยพฤกษ์พอเถอะ เสียงหนึ่งปรามขึ้นมา กันยาเรายังเป็นเพื่อนกันนะ ถึงแม้ว่าเราจะดูเหมือนทิ้งเธอออกมา แต่คิดว่าเธอก็คงเข้าใจ น้ำเสียงนั้นกล่าวอย่างใจเย็นและนุ่มนวล

จ๊ะ วิชุดา ฉันเลือกทุกอย่างเอง กันยากล่าว เด็กสาวที่อยู่ด้านบนตัดสินใจ ยกตัวให้สูงขึ้นเพื่อให้เห็นผู้พูดทั้งสาม แต่กลายเป็นว่ามุมที่เธออยู่เป็นจุดพอดีที่จะมองไม่เห็นใบหน้าใครอย่างชัดเจนนัก เด็กสาวก้มตัวลงคลานขยับหามุมที่น่าจะมองเห็นใครสักคนให้ชัดเจนอีกครั้ง ก่อนจะตั้งคำถามตัวเองว่าจะทำแบบนี้ไปเพื่ออะไร ในช่วงนั้นเองเสียงเด็กสาวก็รู้สึกถึงเสียงฝีเท้าที่กำลังเดินเข้ามาใกล้

หาอะไรอยู่เหรอ เสียงหนึ่งกล่าวขึ้นอยู่เบื้องหน้า เป็นหญิงสาวร่างสูงหน้าตาผิวพรรณค่อนไปทางชาวยุโรปผมสีบลอนด์ยาวเหยียดตรงถึงกลางหลังคงเป็นหนึ่งในสามคนที่เมื่อครู่คุยกันอยู่ด้านล่าง แววตาของรุ่นพี่คนนี้คล้ายต้องการจะช่วยเหลือเธออย่างแท้จริง แต่เด็กสาวตกใจเกินกว่าจะคิดถึง รีบคลานถอยหลังด้วยท่าทางที่ทั้งขบขันทั้งแปลกประหลาด ทันทีเมื่อรู้ตัวว่าโดนพบตัวแล้ว เพราะเธอรู้สึกว่าไม่ควรจะแอบฟังคนอื่นคุยกันแล้วยิ่งโดนจับได้เป็นเรื่องที่น่าอาย

เป็นผู้หญิงทำไมทำอะไรแบบนั้นน่ะ ลุกขึ้นเดี๋ยวนี้นะ รุ่นพี่ผมสีบลอนด์เปลี่ยนท่าทีเมื่อเห็นเด็กสาวแสดงออกเช่นนั้น ออกน้ำเสียงเป็นคำสั่งอย่างไม่พอใจ เด็กสาวรีบลุกขึ้นมายืนหลังตรงตัดสินใจไม่ถูกว่าจะทำอย่างไร เป็นเวลาพอดีที่รุ่นพี่อีกคนเดินตามขึ้นมา

ใครน่ะวิชุดา เด็กของพวกคณะกรรมการนักเรียนหรือพวกชมรมวรสารหรือยังไง จนถึงตอนนี้แล้วยังจะส่งคนมาสืบอะไรพวกเราอีก รุ่นพี่หน้าคมตัดผมสั้นหน้าละม้ายไปทางผู้ชาย คิ้วดำเข้มโทนเดียวกับสีนิลเข้ม กล่าวขึ้นสีหน้าละเวงสงสัย เด็กสาวรีบแก้ตัว

เปล่าคะหนูแค่เดินสำรวจโรงเรียนเท่านั้นเอง

ทางเข้าวิหารกุหลาบนี้ดูน่ากลัวจะตาย ยิ่งเช้าแบบนี้ด้วยแล้ว เด็กผู้หญิงทั่วไปเค้าไม่คิดจะเดินเข้ามากันหรอก แล้ว...เธอนักเรียนใหม่ที่ยังไม่คุ้นเคยสถานที่กลับกล้าเดินเข้ามาในที่แบบนี้นะเหรอ ชั้นว่า... รุ่นพี่หน้าคมยังไม่คลายข้อสงสัย

นี่ คิดมากไปแล้ว ลองนึกสิว่าตอนแรกพวกเราเจอกันได้ยังไง รุ่นพี่วิชุดาพูดด้วยเสียงน้ำเสียงเป็นปรกติหลังจากออกคำสั่งตวาดไปกับเด็กสาวเมื่อครู่

จะบอกว่าเป็นเด็กที่วิหารกุหลาบดึงดูดมาเพื่อพบกับพวกเรานะเหรอ? รุ่นพี่หน้าคมกล่าว

เธอรู้สึกอะไรบ้างไหมล่ะชัยพฤกษ์ รุ่นพี่วิชุดาหันไปมองหน้าเพื่อนสาว เธอส่ายศีรษะตอบอย่างไม่แน่ใจนัก

ฉันไม่รู้สึกอะไร วิชุดาสรุปก่อนหันไปถามเด็กสาว แล้วเธอล่ะรู้สึกว่ามีอะไรดึงดูดเธอเข้ามาที่นี่หรือเปล่า แล้วเห็นหน้าพวกเราแล้วมีเจ็บที่หัวใจหรือคุ้นเคยกันบ้างหรือไม่ คำถามนั้นทำเอาเด็กสาวถึงกับยืนนิ่งเธอทบทวนกับตัวเองอยู่ครู่หนึ่งก่อนส่ายศีรษะด้วยแววตาไม่เข้าใจ

ถ้าแบบนั้นก็ไม่เป็นไร อือ...ถึงเธอจะยังไม่ได้หนังสือธรรมเนียมปฏิบัติของคณะกรรมการนักเรียน แต่ฉันว่าเธอน่าจะแนะนำตัวกับรุ่นพี่ได้แล้วมั้ง วิชุดาพูดเสียงเรียบ เด็กสาวรู้สึกเลยว่าท่าทางเธอจะตอบอะไรบางอย่างผิดไป

หนูชื่อมาริสาค่ะ เธอแนะนำตัวอย่างว่าง่าย

สวัสดีจ๊ะมาริสา โรงเรียนนี้รุ่นพี่ไม่แนะนำตัวกับรุ่นน้องนะ เธอต้องไปหาสืบเอาเองว่าพวกเราชื่ออะไร ใช่ไหมชัยพฤกษ์ วิชุดากล่าวน้ำเสียงสูงเป็นสัญญาณการนัดแนะ ทำเอานักเรียนสาวท่าทางทอมบอยที่ยืนอยู่ข้างตัวถอนหายใจยาวอย่างเบื่อหน่าย

อือ เป็นแบบนั้นละ วิชุดา ชัยพฤกษ์ตอบแบบไม่ชอบใจเท่าไร มาริสาอดรู้สึกไมได้ว่าท่าทางเธอจะทำให้รุ่นพี่คนนี้ไม่ชอบใจเข้าแล้ว และเมื่อโดนจ้องหน้าด้วยสีหน้าหงุดหงิดนั้นก็รีบหลบตาโดยไม่ตั้งใจ

ชัยพฤกษ์ เธอทำให้มาริสาวางตัวไม่ถูกนะ อย่าจ้องแบบนั้นสิ วิชุดากล่าวขึ้น เพื่อนสาวทำหน้าตั้งคำถามขึ้นมาทันที ก่อนพยักหน้าเข้าใจในไม่กี่อึดใจ

ชั้นมันพวกแสดงอารมณ์ทางสีหน้านะ บางคนอาจจะเอาไปตีความเอาเองได้ ที่ทำหน้าเบื่อเซ็งก็เรื่องธรรมเนียมของโรงเรียนเรื่องรุ่นพี่รุ่นน้องแนะนำตัวอะไรนั่นเท่านั้นละ ไม่ได้ไม่พอใจอะไรเธอหรอกนะ ชัยพฤกษ์อธิบาย

แผลเก่าของยายนี่น่ะไม่มีอะไรหรอก วิชุดาเสริมขึ้น แต่เด็กสาวก็ยังไม่แน่ใจนักว่ารุ่นพี่หน้าคมคนนี้คิดอะไรแบบนั้นจริงอย่างที่พูดหรือว่าไม่ชอบใจเธออยู่กันแน่ ดูเหมือนชัยพฤกษ์เองก็จับความรู้สึกนั้นได้ไม่ยาก ลวงมือลงในกระเป๋ากระโปรงหยิบผ้าเช็ดหน้าออกมา เดินเข้าไปใกล้มาริสา เด็กสาวถอยไปก้าวหนึ่งอย่างตกใจ ก่อนจะโดนสายตาของรุ่นพี่เบื้องหน้าจับจ้องไว้ไม่ให้ขยับ ชัยพฤกษ์ใช้ผ้าเช็ดหน้าปัดเศษดินที่ติดอยู่แถวกระโปรงของเธอ มาริสาได้แต่ยืนตัวแข็ง เมื่อสังเกตอย่างใกล้ชิด จึงเห็นว่าชัยพฤกษ์เองก็เป็นหญิงสาวที่มีโครงหน้าสวยคนหนึ่งเพียงแต่เพราะการตัดผมสั้นและท่าทีที่ดูเปิดเผยที่ไม่เหมือนกับหญิงสาวคนอื่นเลยทำให้เธอแตกต่างไปบ้าง อาจจะเรียกว่า เป็นคนที่ดูเท่ดี ก็คงได้

พวกคณะกรรมการนักเรียนคนอื่นมาเห็นภาพนี้เข้าเกิดเรื่องแน่ วิชุดากล่าวเสียงเรียบทำลายความเงียบที่ก่อตัวขึ้น

แค่รุ่นพี่เอ็นดูรุ่นน้องแค่นี้ยังก่อปัญหายุ่งยาก ชั้นว่า.. ไม่แน่ถ้าชมรมวรสารอยู่แถวนี้อาจจะกลายเป็นภาพพาดหัวของหนังสือพิมพ์โรงเรียนฉบับใหม่ก็ได้ ชัยพฤกษ์เสริมทำเอาวิชุดาถึงกับทำหน้าปวดศีรษะทันที เอาล่ะสะอาด สาวหล่อสะบัดผ้าเช็ดหน้าของตนเล็กน้อยหลังจากปัดเศษดินบนกระโปรงของมาริสาเสร็จ

ขอบคุณค่ะ มาริสายืนตัวแข็งหน้าแดงเล็กน้อยเพราะรู้สึกเขินที่มีคนมาทำแบบนี้ให้แต่ก็พยายามกลั่นคำขอบคุณออกมาจนได้ รุ่นพี่หน้าคมสังเกตเห็นสีหน้าของรุ่นน้องก็ยิ้มอย่างพอใจ

อะไรนี่ อย่าบอกนะว่าเธอเขินกับชั้น ทั้งที่ตะกี้ยังทำท่ากลัวอยู่เลย

เปล่าค่ะ มาริสาตอบเสียงหนักแน่นจนเกือบจะเป็นการกระแทกเสียง ผ้าเช็ดหน้านั้นเดี๋ยวหนูจะเอาไปทำความสะอาดให้แล้วกันนะคะ

ไม่ต้องละ ให้เธอไปแล้วชั้นจะเอาที่ไหนใช้กันล่ะ หรือว่าจะใช้นี่เป็นข้ออ้างมาหาชั้นอีกหรือเปล่า

ไม่ใช่นะคะ มาริสารีบแย้ง วิชุดาที่ยืนนิ่งอยู่นานถึงกับถอนหายใจออกมา

พอเลยชัยพฤกษ์ ตัวเองก็ไม่ได้สนใจจะรักใคร่ชอบเพศเดียวกัน ก็อย่าจีบเค้าไปทั่วได้ไหม น้ำเสียงของวิชุดาเหมือนจะหงุดหงิดขึ้นมา แต่ก็ยังคงจังหวะพูดจาอย่างเป็นปรกติ

อย่าคิดมากสิ ถึงจะไม่เคยคิด แต่เรื่องความรักมันก็เป็นไปได้ไม่ใช่เหรอถ้าจะพบคนที่ถูกใจขึ้นมา ชัยพฤกษ์เสริม วิชุดาเหมือนจะไร้เรื่องราวพูดต่อหันมาทางมาริสาที่ยังยืนนิ่งคล้ายกำลังรอคำสั่งจากรุ่นพี่เบื้องหน้าว่าจะให้เธอไปทางไหนหรือทำอะไรต่อ

วันนี้เด็กใหม่มาเข้าพิธีประดับเข็มกันไม่ใช่เหรอ ถึงเวลาพิธีจะอีกนานก็เถอะแต่ฉันว่า เธอน่าจะไปรออยู่แถวหอประชุมดีกว่านะมาริสา พิธีติดเข็มมีครั้งเดียวถ้าพลาดต้องไปสั่งทำเข็มเองจากข้างนอกซึ่ง... วิชุดาเงียบไปเหมือนพยายามหาคำอธิบายบางอย่างแต่ตัดสินใจไม่ถูกชัยพฤกษ์เห็นดังนั้นก็เลยเสริมขึ้นแทน

การใช้เข็มที่ทำเองจะมีข้อหาแอบอ้างว่าใช้เครื่องหมายปลอมในการแสดงตัวว่าเป็นนักเรียนของที่นี่ เรื่องพวกนี้ในหนังสือคู่มือมือนักเรียนของคณะกรรมการนักเรียนมีให้อ่านละเอียดทีเดียวละ วิชุดากำลังบอกว่าเธอไม่ควรพลาดเรื่องเข็มแล้วก็ต้องเก็บรักษามันให้ดีเท่านั้นละ สาวหน้าคมกล่าวจบหันไปมองวิชุดาเหมือนจะถามความคิดเห็น วิชุดาลังเลไม่แน่ใจอยู่อึกใจหนึ่งก่อนพยักหน้ายืนยันในสิ่งที่เพื่อนสาวกล่าว พลางหันไปด้านหลังมองลงไปที่นักเรียนสาวอีกคนที่ยังยืนอยู่ด้านล่าง

กันยาเธอล่ะจะไปหรือยัง เราน่าจะไปบอกรุ่นพี่ผอบจันทน์พร้อมกันนะเรื่องที่คุยกันไว้น่ะ ไร้เสียงตอบรับจากนักเรียนสาวด้านล่าง แต่ถึงแบบนั้นเพื่อนทั้งสองก็ยังยืนรอคำตอบ เด็กสาว ค่อยขยับตัวไปด้านข้างเพื่อก้มลงไปมองรุ่นพี่อีกคน ความรู้สึกประหลาดดลใจให้เธอเดินก้าวลงไปตามขั้นหินที่วางเป็นขั้นบันไดลาดลงสู่ลานหินด้านล่าง สายตาจับนิ่งอยู่ที่หญิงสาวผมหยักศกยาวถึงกลางหลังที่กำลังอยู่ในภวังค์ของตัว เหมือนกำลังใช้ความคิดอย่างหนักอยู่ใกล้กับจุดกึ่งกลางของเวที

ในตอนนั้นกันยาเองเริ่มรู้สึกตัวจากการเดินเข้ามาใกล้ของคนแปลกหน้า จึงหันหลังกลับไปตามเสียงก้าวเท้าที่เข้ามาหา จ้องมองเด็กสาวที่กำลังมาหาเธอ มาริสาคาดไม่ออกว่าจะต้องแสดงท่าทีอย่างไร แต่ร่างกายกลับตอบสนองแววตาสีน้ำตาลที่กำลังจ้องมองเธอด้วยความแตกตื่นตกใจด้วยการหยุด เธอยืนตั้งรับระวังแม้กระทั้งลมหายใจก็ยังไม่กล้าระบายออกมาอย่างเต็มที่

มาริสา กันยากล่าวเรียกชื่อของเด็กสาวเหมือนกับว่าเคยรู้จักกันมาก่อน

คะ? เด็กสาวตอบรับทันทีพลางพยามนึกให้ออกว่าเคยรู้จักกันที่ไหนหรือเปล่า

ได้ยินเข้าหูเหมือนเธอจะชื่อมาริสา รุ่นพี่ผมหยักศกอธิบาย

ค่ะ มาริสายังคงครุ่นคิด รู้สึกเหมือนมีบางอย่างไม่ถูกต้อง กันยาหลบสายตาวูบหนึ่งก่อนกลับมาพูดกับเด็กสาวอย่างใจเย็น

ขอฉันอยู่คนเดียวแล้วกันนะ เธอกล่าวพร้อมรอยยิ้มที่ดูเหนื่อย

ค่ะ....

จบ องก์ 1 วิหารกุหลาบ