Appendix

กันยา คล็อด ฟาบรี อายุ 16 ปี สูง 158 เซนติเมตร รูปร่างสมส่วน ผมหยักศกไว้ยาวถึงกลางหลัง มักปล่อยอย่างเป็นธรรมชาติ ผิวขาว ตาโต นัยน์ตาสีน้ำตาล คิ้วบางได้รูป จมูกเป็นสัน ริมฝีปากสีชมพูสวย โครงหน้าเป็นลักษณะของแขกขาว

อิมเมจของกันยาคือความ โดดเดี่ยว ทำตัวคล้ายอยู่คนเดียวในโลก จนดูเหมือนว่าเธอไม่เคยสนใจว่าใครจะคิดอย่างไร แต่ในความเป็นจริงแล้วเธอรู้สึกรับรู้เหมือนคนทั่วไปเพียงแต่เลือกที่จะวางเฉยกับทุกสิ่ง ทำหน้าที่ของตัวเองให้ดีที่สุด และพยายามรักษาบทบาทของตัวเอง ที่สร้างขึ้นมาไม่ให้ใครสงสาร

เธอเป็นเด็กที่ถูกทิ้งไว้หน้าโบสถ์เล็กๆของนิกายออร์ธอด็อกซ์ในฝรั่งเศส ตอนนั้นเธอยังเด็กแล้วก็จำความอะไรได้ไม่มากไปกว่าชื่อของเธอ และคำสั่งของแม่ที่ให้รออยู่ที่หน้าโบสถ์ ภรรยาของบาทหลวงอาสาดูแลเธอจนกว่าจะสืบหาความเป็นมาของเธอได้ แต่ก็มีอะไรคืบหน้า จึงรับเลี้ยงในฐานะลูกบุญธรรม กันยามีความสนใจในดนตรี และศิลปะ เธอเข้าใจอารมณ์ของดนตรีและเรียบเรียงตัวโน๊ตออกมาได้น่าฟัง ภรรยาของบาทหลวงสอนไวโอลินให้ดูเป็นของเล่นชินโปรดสำหรับกันยาเธอกอดไวโอลินแทนตุ๊กตาผ้า เดินดูรูปภาพตามผนังโบสถ์แล้วก็บรรเลงเพลง ไม่ค่อยยุ่งสุงสิงกับใคร เพียงได้เล่นดนตรีเธอก็ดูจะมีความสุขมากแล้ว

ภรรยาของบาทหลวงเมื่อเห็นความสามารถของกันยาแล้วก็มอบไวโอลินฝีมือสร้างของสตาราดิวาเรียสให้ซึ่งในครั้งแรกเธอรู้สึกดีใจมากกับเสียงของไวโอลินตัวใหม่ จึงนำมันไปเล่นตามสถานที่ต่างๆที่สร้างแรงบันดานใจให้เธอได้ จนเสียงไวโอลินไปสะดุดหูของ นิโค คล็อด ฟาบรี นักดนตรีชาวอเมริกา เชื้อสายฝรั่งเศสวัย 36 ปีเข้า เขาติดตามกันยาอยู่หลายวันฟังจนแน่ใจแล้วว่า เป็นเสียงไวโอลินของสตาราดิวาเรียสก็ยิ่งทำให้สนใจยิ่งขึ้น การเดินทางมาแสดงที่ฝรั่งเศสทำให้เขาคิดในเรื่องของผู้สืบทอด และขอเลื่อนการแสดงในรอบต่อไปที่ประเทศอื่นแล้วมานั่งเล่นไวโอลินกับกันยาที่สวนสาธารณะ

นั้นยึ่งทำให้กันยาซึมซับเทคนิกทางดนตรีและพัฒนาอย่างรวดเร็ว นิโค คิดรับเธอเป็นลูกบุญธรรม แต่จากการพูดคุยแล้วพบว่าเด็กหญิงพอใจจะอยู่ที่โบสถ์มากกว่า และตัว นิโค ก็ทราบว่าตัวเขาเองไม่สามารถให้ความอบอุ่นในฐานะของพ่อหรือผู้ปกครองได้แน่ เพียงอยากจะส่งเสริมความสามารถของกันยาเท่านั้น เมื่อตัดใจได้แล้วก็เดินทางไปแสดงต่อต่างประเทศ กันยาเรียนและช่วยงานในโบสถ์โดยการเล่นไวโอลินหาเงินบริจาก เหตุการณ์สงบสุขอยู่สองสามปี ก็มีเหตุร้ายเกิดขึ้น โจรเข้าไปปล้นของมีค่าในโบสถ์ในช่วงกลางวันหลวงพ่อและภรรยาโดนฆ่าอย่างเลือดเย็น และวางเพลิง กันยากลับมาจากโรงเรียนพบเห็นสภาพโบสถ์ลุกเป็นไฟก็ได้แต่ตกใจ ในขณะที่ชาวบ้านในชุมชนกำลังวิ่งวุ่นหาทางดับไฟ เธอก็หยิบไวโอลินขึ้นมาเล่น ด้วยความคิดเพียงว่าต้องการสื่อสารกับเปลวไฟที่โหมทำลายทุกอย่างเบื้องหน้า ให้สงบเย็นลงเพียงแต่บรรเลงไฟที่ลุกไหม้ก็โหมร้อนขึ้น จนคนรอบข้างรู้สึกได้ถึงอันตรายวิ่งหนีให้ห่างเพราะกลัวว่าอาจจะมีการระเบิด เด็กสาวยืนเล่นเพลงสู้

เสียงดนตรีเปลี่ยนแปลงเร่งเร้า ตามกระแสลมและเปลวไฟเบื้องหน้าคนที่ยืนอยู่โดยรอบคิดจะเข้าไปดึงตัวเด็กสาวออกมา แต่ก็เกิดความรู้สึกเสียดายหากจะหยุดการบรรเลงที่น่าอัศจรรย์นั้นลง แล้วสิ่งมหัศจรรย์ก็เกิดขึ้นเปลวไฟมอดดับ พร้อมกับเสียงร้องบอกการตายของบาทหลวงและแม่บุญธรรมของเธอทำให้เด็กสาวสิ้นสติลง หลังจากนั้นเธออยู่ในสภาพไม่มีใคร ต้องอยู่ในการดูแลขององค์กรที่ให้ความช่วยเหลือเด็กกำพร้า

ข่าวเรื่องไฟไหม้และเหตุมหัศจรรย์ที่เกิดขึ้นออกข่าวไปทั่วโลก นิโค คล็อด ฟาบรี ยุติการแสดงคอนเสิร์ตกลับมารับตัวกันยาเพื่อนำไปเลี้ยงดู แต่ติดปัญหาเรื่องทรัพสินมรดกของกันยาจากแม่บุญธรรมมีมากมาย กลายเป็นปัญหา นักดนตรีหนุ่มใหญ่ตัดสินใจปักหลักอยู่ที่ฝรั่งเศสเพื่อนส่งเสียแล้วเลี้ยงดูกันยา เข้าโรงเรียนดนตรีทำตัวเป็นผู้ปกครอง พร้อมสร้างทรัพสินให้ตัวเองและทำพินัยกรรมยกมรดกยกทุกอย่างให้กันยาจึงได้เป็นผู้ปกครองอย่างถูกต้อง และก็เริ่มเดินทางแสดงคอนเสิร์ตต่อ พร้อมย้ายมาอยู่ที่เมืองไทยเพราะน่าจะเป็นบ้านเกิดของกันยาเพื่อเธอจะมีช่องทางติดตามหาพ่อแม่ของเธอ

นิโค คล็อด ฟาบรี ในวัยหนุ่มเคยเป็นครูสอนดนตรีที่ประเทศไทย ก่อนจะมีชื่อเสียงขึ้นมาทำให้มีลูกศิษย์อยู่มากมาย มีญาติสนิทพอที่จะเปลี่ยนสัญชาติของกันยาเป็นคนไทย ทดสอบวัดความรู้แล้วเข้าเรียนในชั้นมัธยม 2 ในโรงเรียนเอกชนชั้นหนึ่ง เรื่องภาษากันยาไม่มีปัญหามากนักเธอเพราะให้ความสนใจในแห่งที่เกิดของตนเองมาตั้งแต่เด็ก พยายามเรียนรู้จนอ่านออกเขียนได้ การพูดจาก็ซึมซับเอาจากความทรงจำในสมัยเด็กและญาติสนิทวัยใกล้เคียงกันกับเธอคอยมาเที่ยวเล่นกันเป็นประจำ

ภาพวาดกุหลาบที่ดูสดชื่นด้วยกลิ่นหอมและโอบล้อมด้วยกลิ่นดินของชายป่า ให้ความรู้สึกคุ้ยเคยเป็นสาเหตุให้ กันยาสอบถามถึงคนที่วาดภาพพบว่าคือนักเรียนของโรงเรียน กมุทะรัตน์ ชื่อว่า ผอบจันทน์ นั้นเป็นสาเหตุที่ทำให้มาริสาเลือกเข้าโรงเรียนแห่งนั้น
- - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - - -