2006/Dec/27

อากาศเย็นพัดผ่านมาแสนจะมีความสุขแต่ทำท่าจะร้อนอีกแล้ว แย่จริงน่าจะเรียกว่าช่วงเวลาพิเศษที่จะสัมผัสลมหนาวแทนที่จะเรียกว่าฤดูหนาวแล้วนะสำหรับกทม

>>นักอ่านเงาเผยโฉมค่ะ......เป็นกำลังใจให้ค่ะ...และเมื่อไหร่กันยากับเมย์จะเข้าใจกันสักที
>>ละค่ะ
>>#2 by fon (203.113.39.6) At 2006-12-18 00:54:42,

ขอบคุณครับ พยายามจะเขียนให้ได้เจ็ดวันต่อตอนแต่ท่าทางจะยากกว่าที่คิด
>>ตอนนี้สั้น อ่านแปปเดียวจบซะละ
>>#4 by Zero_จัง (58.136.207.56) At 2006-12-20 22:02:24,

m(_ _)m ข้าน้อยสมควรตาย
>>อะไรกันๆ บอกให้ไปหาร้านเน็ตอ่านที่ เชียงใหม่ รอสองวันแล้วยังไม่มีฟิคลง!!! ลุงดึมขี้>>จุ๊!!!
#9 by Maro ณ เชียงใหม่ (125.25.60.77) At 2006-12-26 10:16:06,

m(_ _)m ข้าน้อยสมควรตาย^2

องก์ 25 โจมตีและป้องกัน

ร่างของชัยพฤกษ์ปลิวออกมาจากชั้นสี่ของตึกก่อนทิ้งดิ่งลงมาสู้พื้นคอนกรีตด้านล่าง ในขณะที่มาริสารีบวิ่งไปอย่างสุดแรง แต่ทั้งรู้ว่าไม่ทัน ถึงทันก็รับไม่ได้ แต่เธอไม่มีทางเลือกอื่นอีกเหรอในเมื่อเธอเห็นภาพรุ่นพี่ของเธอลงมากระแทกพื้นเลือดอาบอยู่เต็มสองตา ในเวลานั้นร่างของเซรินภูตน้อยสีน้ำเงินก็เปล่งแสงสีฟ้าอีกครั้งทุกอย่างหยุดนิ่งค้างอยู่มีเพียงแต่มาริสาเท่านั้นที่สัมผัสสิ่งปรกติที่เกิดขึ้นได้แต่ใช่ว่าเธอจะสามารถเคลื่อนตัวไปด้านหน้าแม้จะหายใจกระทั้งกรอกสายตามองไปรอบตัวยังไม่สามารถทำได้

พูดตามข้า เสียงหนึ่งดังขึ้นแต่นั้นไม่ใช่ภาษาที่เด็กสาวใช้ตามปรกติ ความรู้สึกนี้เหมือนกับตอนที่เธอพบกับฮารินเด็กสาวผมสีดอกทานตะวันในโลกของมาเนียน่า ถึงจะไม่คุ้นภาษาแต่ก็สามารถเข้าใจได้อย่างชัดเจน

ภายใต้นามแห่งข้า เรียกหาข้าผู้ภัคดี อาร์ค เซรินนอน เสียงนั้นกล่าวนำ ทันทีที่สิ้นเสียงทุกอย่างก็เคลื่อนไหวต่อ มาริสาประกาศตามพลางวิ่งไป

ภายใต้นามแห่งข้า เรียกหาข้าผู้ภัคดี อาร์ค เซรินนอน สิ้นคำสั่งปรากฏไม้เท้าขนาดใหญ่ขึ้นเหนือศีรษะกำลังจะพุ่งตกลง ก่อนตั้งกับพื้นขวางทางเด็กสาวไว้ เธอจับไม้เท้านั้นทันทีที่สัมผัสเหมือนความคุ้นเคยพุ่งเด่นชัดขึ้นมาในใจ ภาพของหญิงสาวผมสีดำสนิทยาวติดพื้นดินในชุดเกราะหรูหราดูทะมัดทะแมงสีเข้มกำลังจับไม้เท้านี้ แวบขึ้นมา

เธอเป็นใครกัน มาริสาถามขึ้นในภวังค์ก่อนสติจะกลับคืนโลกแห่งความเป็นจริง ร่างของชัยพฤกษ์ดิ่งทิ้งศีรษะตกลงมาจะถึงพื้น ถ้อยคำมากมายวิ่งผ่านในหัวของมาริสาด้วยความเร็วสูง เธอรู้โดยทันทีว่ามันคือสิ่งที่เรียกว่า คาถา ก่อนมันจะแสดงอยู่ด้านหน้าเธออย่างเป็นระเบียบ

มาเวียอัส มารีสาร้องขึ้นปรากฏวงกลมเวทมนตร์ลวดลายซับซ้อนขึ้นเหนือพื้นทีเบื้องหน้าเป็นวงกว้าง ร่างของ ชัยพฤกษ์ หยุดนิ่งอยู่กลางอากาศก่อนลอยขึ้นเล็กน้อย มาริสารที่จับไม้เท้ายืนอยู่รู้สึกถึงบางอย่างที่ไหลทิ้งไปจากร่าง เรี่ยวแรงค่อยหายไปจนแทบจะยืนไม่ไหว ร่างของชัยพฤกษ์สาวหน้าคมรุ่มพี่ของเธอค่อยตกลงสู่พื้นอย่างเชื่องช้าพร้อมกับร่างของมาริสาที่ทรุดลงไป อาร์ค เซรินนอนพลันหายไปเป็นอากาศธาตุ กันยาที่ยืนอยู่วิ่งตามมาพร้อมกล่องไวโอลิน เข้ามาดูรุ่นน้องของเธอ ร่างของเด็กสาวไร้เรี่ยวแรงหายใจโรยรินเบาบางจนรู้สึกได้ว่ากำลังอยู่ในสภาพที่เป็นอันตราย ชัยพฤกษ์ขยับตัวมองรอบตัวอย่างมึนงงก่อนร้องออกมา

กันยาถอยออกไป สาวหน้าคมเพื่อของเธอร้องลั่น ในยามนั้นไอเย็นวูบหนึ่งก็พุ่งลงมาจากเบื้องบน แสงสะท้อนจากคมดาบคู่ตกลงมาสู่พื้นเบื้องล่าง ชัยพฤกษ์ รู้สึกถึงหายนะที่กำลังมาเยือน เพียงเพชฌฆาตในชุดนักเรียนสีขาวตรงหน้าเธอนั้นขยับตัวต่อจากนี้อีกเพียงสามก้าวไอเย็นจากคมดาบคู่นั้นก็จะบั่นคอเธอและกันยาในเวลาเพียงเสี้ยววินาที เพียงแต่ตอนนั้นได้มีหนึ่งความเกรี้ยวกราดมาหยุดคมดาบคู่นั้นไว้

เด็กสาวผมสั้นยืนอย่างองอาจมือขวากำดาบใหญ่สีแดงสดต้านรับดาบยาวคู่ของเด็กสาวผมประบ่าในชุดนักเรียนสีขาวล้วนสะอาดตา ก่อนกระแทกสะบัดดาบคู่และร่างของเด็กสาวแปลกหน้าผงะไป มือซ้ายค่อยยกขึ้นมาเสยผมที่ตกลงมาปิดตาขวา

เคออซ? พรธิดาตั้งคำถามหรี่ตามองอย่างสงสัย แทนคำตอบเด็กสาวในชุดเครื่องแบบสีขาวตั้งท่าจับดาบทั้งสองมั่นสะบัดคมลงพร้อมก้าวเข้ามาจู่โจมช่องว่างซ้ายขวาพร้อมกัน พรธิดาเปลี่ยนมือซ้ายจับด้ามดาบใหญ่ ปัดป้องดาบทั้งสองรวบไว้ในมุมอับ เด็กสาวในชุดนักเรียนสีขาวหมุนตัวในทันทีวกดาบกลับมาฟันทางด้านขวา พรธิดาเปลี่ยนจุดยืนเล็กน้อยใช้ดาบขนาดใหญ่นั้นป้องกันตัว เสียงโลหะกระทบกันบังเกิดความสั่นสะเทือนน่าหวาดเสี่ยว พรธิดารับดาบคู่ที่โจมตีอย่างวุ่นวายด้วยลักษณะของการหมุนทั้งโจมตีและป้องกัน ที่สำคัญคือยิ่งออกดาบมากขึ้นความเร็วก็ยิ่งเพิ่มพูน

เสียงวัตถุแหลมแหวกอากาศยิงเข้ามายิ่งทำให้พรธิดาต้องแบ่งแยกสมาธิ ด้านบนตึกเรียนมีคนลอบยิงเธออยู่ด้วยหน้าไม้ ก่อนกระโดดตามลงมาสู่พื้นด้านล่างอย่างไม่สนใจความสูง ในขณะอีกด้านหนึ่งก็มีเด็กสาวในชุดนักเรียนสีขาวเดินเข้ามาเพิ่มอย่างใจเย็น ทั้งหมดไว้ผมประบ่าตัดเสมอกันโดยรอบด้านหน้าติดกิ๊ฟดำเปิดหน้าไว้ทรงเดียวกัน ความสูงก็พอเพียงจนดูเป็นฝาแฝดเพียงแต่ใบหน้านั้นสะสวยไปคนละแบบ ดาบคู่ในมือของสาวคนแรกหยุดจู่โจมยืนตั้งท่ารอเพื่อนของเธออีกสองคนตามเข้ามา

กันยามองเหตุการณ์ทั้งหมดพอได้คำตอบว่าเธอควรจะย้ายร่างรุ่นน้องของเธอออกไปจากตรงนี้ก่อนติดต่อไปยัง นันธิดารุ่นพี่ของเธอ ชัยพฤกษ์ขยับตัวลุกขึ้นยืนก่อนประกาศเรียกคันธนูของเธอออกมา กันยามองจากลักษณะการยืนขยับตัวก็พอทราบว่าเพื่อนสาวของเธอกำลังได้รับบาดเจ็บไม่น้อย กันยาตัดสินใจวางกล่องไวโอลินไว้บนร่างของมาริสาพร้อมอุ้มเข้าไปในตึก แต่แค่เข้าไปถึงที่รมก็เกินแรงของเด็กสาวจะไปต่อจึงได้แต่วางร่างนั้นทิ้งไว้ กลับพบชาเขียวยืนอยู่ในตึก

คุณอัฏชฎาพร ช่วยกันอุ้มมาริสาไปห้องพยาบาลทีสิคะ กันยาขอร้องเพื่อนใหม่ ขาเขียวยืนนิ่งเล็กน้อย ก่อนจะแนะนำให้โทรเข้าห้องพยาบาลเพื่อนำรถเข็นมาขนย้ายผู้ป่วยจะดีกว่า กันยาออกจะเห็นด้วยแต่ไม่สามารถติดต่อห้องพยาบาลได้ เธอจึงตัดสินใจรีบโทรไปหานันธิดารุ่นพี่ของเธอตามความตั้งใจแรก แต่ผลที่ได้ก็เหมือนเดิมคือไม่สามารถติดต่อได้

โทรไม่ติดหรอกกันยา พยากรณ์กล่าวขึ้นขณะเดินลงมาจากบันได พื้นที่ตรงนี้ฉันตัดออกมาแล้ว

ตัดออก? กันยาตั้งใจว่าจะถามรายละเอียดแต่อดไม่ได้ที่จะส่ายศีรษะเนื่องจากเคยได้ยินความไม่ปรกติของเพื่อนคนนี้ดี ...มาช่วยกันพาเด็กฉันไปห้องพยาบาลดีกว่า กันยาตัดบท พยากรณ์พยักหน้าก่อนหยิบปากาเคมีแท่งใหญ่เขียนลงบนพื้น

เอาแบบนี้ง่ายกว่า พยากรณ์แย้ง

แล้วเธอทำอะไรนะ

วาดวงเวทย์ เด็กสาวตัวสูงตอบตอบ ขาเขียวได้ยินก็เดินเข้าไปใกล้มองอย่าสนใจ กันยาเห็นท่าทางว่าพึ่งพากันไม่ได้ก็คิดจะอุ้มรุ่นน้องของเธอไปเอง

กันยารอก่อนค่ะ ชาเขียวทัดทานไว้ เมื่อหันกลับมาตามต้นเสียงก็พบว่าพยากรณ์เดินเข้ามาหาก่อนรับร่างของมาริสาไปจากมือ กันยางุนงงวูบหนึ่งก่อนเอ่ยปากถาม

เอามาริสาไปไหนนะ

เติมพลังชีวิตกับมานานะสิ ถ้ารอให้ร่างกายพื้นคืนเองมันเป็นขบวนการที่ต้องใช้เวลานาน แต่ถ้าใช้เวทมนตร์เรื่องยุ่งยากนี้ก็จะง่ายขึ้น พยากรณ์นำร่างของมาริสาวางลงใจกลางวงกลมเวทมนตร์ที่เขียนด้วยปากกาเมจิก ก่อนล้วงแท่งไม้ขนาดเล็กออกมาจากกระเป๋ากระโปรงจิ้มลงที่ขอบของวงเวทย์ที่วาดไว้ สำหรับกันยามันออกจะเป็นเรื่องที่เกินกว่าจะเชื่อได้ แต่สีหน้าของรุ่นน้องเธอค่อยกลับมามีชีวิตชีวาเหมือนยามปรกติเป็นสิ่งยืนยันว่าเรื่องที่พยากรณ์พูดไม่ได้โกหก แต่ว่าถึงแบบนั้นมาริสาก็ยังไม่ตื่น...

***************

ภายนอกตึก พรธิดายืนคุมเชิงไว้กับสามนักเรียนสาวในชุดขาวของโรงเรียนเซนค์คาเบียล ชัยพฤกษ์เดินเข้ามาหวังจะสบทบกับ เด็กสาวแปลกหน้าที่เข้ามาช่วยเธอไว้แต่ พรธิดากลับแสดงท่าทีไม่พอใจ

ถ้าพี่เป็นคนของสภานักเรียนอยู่ให้ห่างหนูดีกว่าคะ พี่น่าจะเคยได้ยินเรื่องราวของหนูมาบ้างแล้ว พรธิดากล่าวด้วยน้ำเสียงไม่เป็นมิตรนัก ชัยพฤกษ์เมื่อทบทวนก็พอจำได้ว่าเคยเห็นรูปของเด็กคนนี้มาแล้วครั้งหนึ่งในเอกสารประทับตรา ลับมาก ที่สภานักเรียนส่งมายังคณะกรรมการนักเรียนในวันพิธีประดับเข็ม

ฉันไม่ค่อยรู้หรอกว่าเกิดอะไรขึ้น แต่ตอนนี้หน้าทีของฉันต้องคุ้มกันโรงเรียน

ไม่ต้องหรอกคะ พรธิดาเค้นเสียงหันมาทางชัยพฤกษ์ก่อนวาดคมดาบในมือลงบนพื้นขีดเส้นแบ่งแยกชัดเจน ถ้าพี่ข้ามเขตนี้มาหนูจะถือว่าเราเป็นศัตรูกัน แววตาของเด็กสาวจริงจังเกินกว่าบอกว่าเธอกำลังล่อเล่นกลับมีเสียงหัวเราะคิกคักดังจากกลุ่มของสาวสาม

เธอหนึ่งคนจะสู้กับพวกเราสามคน ทั้งสามพูดพร้อมกัน หนึ่งในนั้นผู้ถือดาบคู่จับดาบร่ายรำบุกเข้ามา หน้าไม้ยิงเสริมในจุดที่เปิดเป็นช่องว่าง พรธิดาไม่ต่อสู่พันตู ใช้ดาบใหญ่กระแทกดาบเล็กให้ปลิวออกไปและใช้การโจมตีให้เป็นประโยชน์ในการปัดป้องลูกดอกที่แหวกอากาศเข้ามา ในการขยับที่น้อยครั้งที่สุด ขณะที่เด็กสาวอีกคนหนึ่งซึ่งไร้อาวุธเข้ามาปรากฏกายที่ด้านข้างกำหมัดต่อยเข้าในช่องว่างที่ไร้การป้องกันจากอาวุธ พรธิดาใช้มือเปล่ารับหมัดไว้น้ำหนักของแรงประทะยังไม่เท่ากับความร้อนจากเปลวไฟที่ระเบิดออกจากหมัด มือที่ใช้ปัดป้องป้องกันกายต้องเปิดออกก่อนที่หมัดที่สองและสามจะตามมาทำร้ายหัวไหล่ชายโครงด้านข้างเสียงระเบิดดังขึ้นสามครั้งติดกันพร้อมกับเปลวไฟสีน้ำเงินที่สว่างวาบจนร้อนวูบขึ้นมาแสบทั้งผิวกาย พรธิดาต้องรีบตั้งสติรับการจู่โจมของหน้าไม้ที่ยิงตามมา และยังดาบยาวคู่ที่ร่ายรำให้เธอแทบไม่มีช่องว่างหายใจ

เด็กสาวมือเปล่าเข้าประชิดเธออีกครั้ง พรธิดาพอจะเห็นภาพที่กำลังจะเกิดขึ้นตัดสินใจใช้ดาบเหวี่ยงเข้าหาเด็กสาวมือเปล่า แต่ทางนั้นกลับใช้นิ้วโป้งละนิ้วชี้จับคมดาบไว้ ก่อนจะมีแรงระเบิดผลักดาบเธอเหวี่ยงกลับไป พรธิดายึดพื้นมั่นจับดาบหมุนกลับหมายจะใช้แรงระเบิดที่ผลักดาบของเธอกลับมาทำร้ายเป้าหมายแต่กลับโดนโจมตีก่อนที่จะทำอะไรต่อ หมัดเท้าจำนวนหนึ่งประทับไปตามจุดของร่างกายก่อนระเบิด กระแทกร่างกระเด็นเซไปมาตามแรงระเบิดแม้จะพยายามยืนหยัดไว้ แต่ก็มึนงงจนเกินกว่าจับจับดาบไว้ได้จนต้องปล่อยดาบตกลงสู้พื้น เด็กสาวที่ถือดาบคู่ร่ายรำอีกครั้ง หนึ่งดาบเสียบหมายแทงหัวใจอีกหนึ่งสะบัดคมหมายบั่นศีรษะ

ชัยพฤกษ์นำลูกธนูขึ้นสาย เหนี่ยวออกไปอย่างรวดเร็วคิดหยุดการเคลื่อนไหวของดาบคู่ เด็กสาวในชุดขาวเหวี่ยงดาบปัดป้องได้ทัน แต่กลับกลายเป็นทำให้ชัยพฤกษ์ตกเป็นเป้าหมายเสียเอง หน้าไม้เป็นอย่างแรกที่ยิงสวนออกมาแต่ไม่ทันถึงตัวชัยพฤกษ์มันก็ลุกไหม้หายไปในอากาศ ดวงตาของปิศาจขนาดใหญ่ที่เหมือนมีเปลวไฟลุกโซนอยู่ภายใน ปรากฏขึ้นข้างกาย เด็กสาวหน้าคม พรธิดารู้ว่าตัวเองมีอันตรายก็รีบฝืนตัวเองให้สติกลับคืนมา ก้มเก็บดาบ สาวดาบคู่ที่หันไปสนใจชัยพฤกษ์ ต้องกลับมาตั้งสติอยู่ตรงหน้าพรธิดาอีกครั้ง

ช่วยกันเถอะ ฉันไม่รู้ว่าเธอกับสภานักเรียนมีปัญหาอะไร

ไม่ต้องเข้ามายุ่งค่ะ หนูบอกพี่แล้วว่าถ้าพี่ก้าวข้ามเส้นที่ขีดไว้เราเป็นศัตรูกัน

น่ารำคาญ ชัยพฤกษ์กล่าวขึ้น ก่อนเดินข้ามเข้ามา เป็นศัตรูกันแล้วไง พวกนั้นก็ศัตรู เอาละเธอจะเลือกซัดใครก่อน ฉันหรือว่าพวกนั้น เด็กสาวหน้าคมตะโกนถามเสียงแทบแตก พรธิดางงวูบไปพักหนึ่ง สาวดาบคู่เห็นเป็นช่วงว่างก็รีบรำดาบยาวเข้ามาจู่โจม

ใครขวางทางหนูก็จัดการหมดนั้นละ พรธิดากล่าวอย่างหัวแข็ง ตั้งดาบรับคมสู้กับศัตรูที่เข้ามา หน้าไม้ที่ยิงเข้ามาถูกเผาทำลายสิ้นก็เหมือนเหลือศัตรูสองคน เด็กสาวในชุดนักเรียนสีขาวทั้งสามคนถอยกลับไปตั้งระยะห่างพอประมาณ พรธิดาเดินลากดาบตามไปก่อนพุ่งเข้าใส่ สองดาบคู่กับหนึ่งมือเปล่าเข้าต้านรับ ชัยพฤกษ์ยิงเสริมมาจากด้านหลังความแม้นยำอยู่ระดับจับวาง ลูกธนูเสียบเข้าหัวไหล่ และแขนของสาวมือเปล่า สาวดาบคู่จึงต้านรับพรธิดาไว้ในขณะที่สาวมือเปล่าพุ่งเข้าไปโจมตีชัยพฤกษ์ที่กำลังง้างลูกธนูจนสุด เหมือนเห็นศัตรูเข้ามาหา ลูกธนูจึงถูกปล่อยทิ้งไปพร้อม ปลดสายธนูออก ทำให้คันธนูใหญ่ที่โก้งยาวคืนรูปกลับเป็นแท่งไม้ตรงยาวกว่าสองเมตร

หนังสือสัญญาปรากฏ ชัยพฤกษ์ประกาศขึ้น อันเชิญดวงตาที่แปดของเซนรกน้ำแข็งแห่งอัสก้า สิ้นคำกล่าวดวงตาในก้อนผลึกก็แสดงตนที่ด้านซ้ายมือของ สาวหน้าคม เธอโยนคันธนูไปด้านหน้า กล่าวคำว่า

ประสานรวม คันธนูถูกผลึกจับหุ่มอยู่หนึ่งชั้นอย่างรวดเร็วกลายเป็นกระบองยาว ชัยพฤกษ์ควาจับไว้เข้าฟาดใส่ เด็กสาวในชุดนักเรียนสีขาวรับไว้เปลวไฟสีน้ำเงินลุกท่วมมือหมายระเบิดกระบองผลึกนั้นทิ้งแต่ ความหนาวเย็นวิ่งผ่านเข้ามาดับลมหายใจของเปลวไฟ ความเย็นคล้ายคมเขี้ยวของสัตว์ร้ายฝักฟันลงในเนื้อหนัง จนต้องฉากร่างออกมา ทั้งสามสาวทำท่าจะถอยหนีเพียงแต่สาวดาบคู่นั้นยังติดการต่อสู้อยู่กับพรธิดา เมื่อเห็นศัตรูทำท่าจะล่าถอย พรธิดาก็สะอึกกายเข้าประชิดตัว ตาด้านขวาของเด็กสาวพลันเปลี่ยนเป็นสีแดงสด สาวดาบคู่เหมือนโดดดึงดูดเข้าไปในอีกโลกหนึ่ง ดาบใหญ่ของพรธิดาสลายไปกลายเป็นอากาศธาตุก่อนเธอจะใชัมือขวาล้วงเข้าไปในหน้าอกของสาวดาบคู่ กระชากบางอย่างออกมาด้วยความรวดเร็ว ร่างของเด็กสาวในชุดนักเรียนสีขาวทรุดลงไปพื้นแน่นิ่งไร้สติ ในมือของพรธิดามีตุ๊กตาไม้พร้อมสายชักไยค้างอยู่ในมือ...

***************

พระนาง...พระนางเพคะตื่นเถอะเพคะ เสียงใสเจื้อยแจ้วดังอยู่ข้างหู มาริสาค่อยลืมตาขึ้น รอบกายเหมือนอยู่ในฝัน ต้นไม้ขนาดใหญ่เบื้องหน้าสร้างความตะลึงงันอยู่วูบหนึ่งก่อนจะรู้สึกตัวได้ว่าทีนี่คืออีทาเนีย

ดีจริงที่พระนางได้สติแล้ว มาริสาหันไปต้นเสียง พบเด็กผู้หญิงสูงเพียงแค่หัวเข่าอยู่ในชุดที่ตัดเย็บจาดกลีบดอกไม้สีฟ้า

เธอคือเซริน? มาริสากล่าวอย่างไม่เชื่อสายตา

เพคะ ภูตตัวน้อยจับชายกระโปรงถอนสายบัวอย่างอ่อนน้อม

ดีจังที่เราคุยกันรู้เรื่องแล้ว แล้วนี่ชั้นกระเด็นมาที่อีทาเนียอีกแล้วเหรอนี่ ถ้าแบบนั้นฮารินก็คงจะอยู่แถวนี้สินะ

แถวนี้ไม่มีมนุษย์อยู่เลยนะเพคะพระนาง เซรินอธิบาย มาริสาได้ยินดังนั้นก็รู้สึกไม่ค่อยดีขึ้นมา

แล้วฉันมาที่นี่ได้ยังไงกัน มาริสาบ่นกับตัวเองเหลือบตามองเซรินหวังจะได้คำตอบที่อธิบายเรื่องราวทั้งหมดได้

น่าปวดหัวจัง เสียงใสดังขึ้นจากยอดไม้สูงขึ้นไป ก่อนจะมีร่างหนึ่งกระโดดลงมา หญิงสาวชาวเอล์ฟหูแหลมยาวปล่อยผมสีน้ำตาลเข้มรูดลงมาตามแรงดึงดูดกองอยู่เต็มพื้นที่เธอยืน ร่างเกือบเปลือยอยู่ในชุดผ้าคลุมสีเปลือกไม้ ผิวขาวริมฝีปากสีชมพูใส แววตาสีเขียวอ่อนดูสวยงามน่าประทับใจ เวลานี้ข้าควรเรียกท่านว่าอะไรดี เธอถาม

มาริสาค่ะ เด็กสาวตอบ เอล์ฟสาวเบื้องหน้าพยักหน้ารับ

ข้าคืออีทาเนีย เป็นอีกร่างของต้นไม้ใหญ่ในสายตาของท่านนั้นละ เอาละข้าควรจะเริ่มตรงไหนดี อีทาเนียมีท่าทีขบคิดเล็กน้อย เซรินเด็กสาวตัวจิ๋วก้าวมาด้านหน้า

พระแม่ควรอธิบายเรื่องที่วิญญาณของพระนางกลับมาเริ่มต้นที่อิทาเนียนะเพคะ เด็กหญิงกล่าวเสียงใส

อ๋อเรื่องนั้นเอง ออกตัวก่อนว่าข้ามีสมองที่ขบคิดได้ช้ายิ่งนัก โดยเฉพาะยิ่งแบ่งร่างออกมาพูดคุยด้วยแล้ว โต้ตอบได้แต่ไม่ฉลาดนัก ท่านมาริสา วิญญาณของท่านเชื่อมต่อกับที่อีทาเนียแห่งนี้ในฐานะจุดกำเนิด เวลาวิญญาณออกจากร่าง เพื่อป้องกันการแตกสลายก็จะวิ่งมาที่นี่เป็นอันดับแรก ส่วนวิธีการกลับไปนั้นก็เพียงแต่พยายามนึกถึงร่างของท่านที่ออกมาก็จะคืนกลับได้แล้ว ถ้าวิญญาณท่านไม่โดนกระแทกจนเสียรูปทรงเรื่องพวกนี้ไม่ใช่สิ่งที่เกินกำลังของท่านเลย

เอ๋ มาริสาขมวดคิ้วจนยุ่งก่อนร้องออกมา

หมายความว่ายังไงกันคะ มาริสาถาม

ท่านยังไม่พร้อม ข้าว่าท่านยังไม่พร้อมจะรับทราบเรื่องราวทั้งหมด จริงแล้วท่านไม่ควรจะกลับมาอีทาเนียได้ด้วยซ้ำหากยังไม่สิ้นอายุขัย แต่เพราะริริสไปที่โลกของท่าน โลกแห่งวัตถุ สายลมที่หยุดนิ่งจึ่งได้เริ่มพัดพาอีกครั้ง มาริสาฟังไม่เข้าใจแม้แต่น้อยแต่ดูเหมือนว่าเรื่องราวจะซับซ้อนขึ้นไปอีกขั้น อีทาเนียเงียบไปเหมือนพยายามลำดับคำพูดอยู่

หากต้องคงอยู่ในสภาพวิญญาณนานแบบนี้ข้าว่าต้องอันตราย ท่านต้องการร่างไว้สถิตวิญญาณ ใช้ร่างนี้ไปแล้วกัน ไม่ทันขาดคำมาริสารู้สึกเหมือนโดนอิทาเนียดึงเข้าไปหา ร่างที่เหมือนจะไร้น้ำหนักนั้นกลับรู้สึกถึงสัมผัสอันหนาวเย็นก่อนเป็นอันดับแรก กลิ่นหอม และเสียงป่าค่อยตามเข้ามา รู้สึกแม้กระทั้งสายลมที่พัดผ่านร่างหรือแสงจันทร์ที่สาดส่องลงมาก็มีความรู้สึกจับต้องได้ หากทีนี่เป็นกลางคืนในโลกของเธอจะเป็นเวลาเท่าไรกัน

น่าดีใจจังที่พระนางกลับสู่อีทาเนียแต่ว่าแล้วแบบนี้หากกลับคืนสู่โลกแห่งวัตถุแล้วร่างนี้จะไม่เป็นอะไรเหรอเพคะ เซรินภูตตัวน้อยตั้งข้อสังเกต มาริสาพยักหน้าเล็กน้อย

ในร่างนี้มีวิญญาณของอีทาเนียอยู่ด้วยนะ ถ้าฉันออกจากร่างเธอก็จะควบคุมร่างนี้เอง มีความรู้เกี่ยวกับป่าอีทาเนียมากมายเลยในหัวของฉัน มาริสารู้สึกแปลกใจไม่น้อยเกี่ยวกับร่างใหม่ของตัวเอง

ท่านคงรู้สึกคุ้นเคยสินะ เสียงอิทาเนียดังขึ้นในหัวของเธอ

ค่ะก็น่าแปลกใจอยู่ นี่หมายความว่าชาติก่อนฉันเคยเป็นเอล์ฟในป่านี้มาก่อนเหรอ มาริสาถามขึ้น

ท่านมีบทบาทของตัวเองใหม่แล้วจะมานั่งสนใจสิ่งที่ผ่านมาแล้วไม่ได้หรอกนะ นี่เป็นวาจาที่ข้าอยากจะเตือนสติท่าน ถึงแม้ว่าผลของการกระทำในบทบาทเก่ายังวนเวียนตามให้ท่านรู้สึกเป็นทุกข์ในสิ่งที่ทิ้งไว้ แต่จงนึกถึงบทบาทของตัวเองในปัจจุบันและแยกแยะมันให้ออก คำกล่าวของอีทาเนียนี้ดูเหมือนจะตั้งใจเตื่อนสติเธอให้ระวังในสิ่งที่เกิดขึ้นในอนาคต

ทำไมอยู่ก็รู้สึกเหมือนกลัวที่จะเข้าใจสิ่งที่คุณพูดเลย มาริสากล่าวขึ้นพร้อมรู้สึกว่าหัวใจเธอเบาหวิวมีบางอย่างดื้นตันใจบอกไม่ถูก

ครั้งนี้ข้าจะส่งเจ้ากลับไปก่อนแล้วกันจดจำความรู้สึกไว้แล้วกันข้าคิดว่าเจ้าต้องหนีไม่พ้นการเดินทางไปมาในสองโลกนี้แน่นอน เซรินเจ้าติดตามดูแลพระนางของเจ้าด้วย...

***************


มาริสารู้สึกตัวอีกครั้งในขณะที่ตัวเองอยู่บนเตียงที่กำลังเข็นไปตามทางเดินในโรงพยาบาล ให้ตายอย่างไรเธอก็คิดได้อย่างเดียวว่าช่วงที่เธอไม่ได้สตินั้นมันต้องเป็นความฝัน เพียงแต่ภูตน้อยสีน้ำเงินที่บินไปมานั้นยืนยันได้ว่าเธอได้สัมผัสมันมาจริง

เซรินพูดจาด้วยภาษาที่เธอฟังไม่รู้เรื่องอีกครั้ง มาริสาอดยิ้มออกมาด้วยความรู้สึกเสียดายไม่ได้ อย่างน้อยเธอก็อย่าจะฟังเซรินพูดรู้เรื่อง เพราะดูท่าทางภูตน้อยตนนี้จะเป็นห่วงเป็นใยตัวเธอเสียเหลือเกิน

ไม่เป็นอะไรแล้วคะ มาริสาพูดขึ้นพยาบาลที่เข็นเตียงเธอเข้าสู่ห้องสเกนสมองลดความเร็วลง ก่อนดูสีหน้าของเด็กสาวเป็นเบื้องต้น แพทย์ถูกตามมาตรวจอาการอย่างวุ่นวาย เพราะนี่เป็นครั้งที่สองที่เธอถูกส่งเข้าโรงพยาบาลเนื่องจากเป็นลมไม่ได้สติ ถึงจะไม่พบความผิดปรกติอะไรแต่ก็ไม่ใช่เรื่องง่ายที่หมอจะยอมปล่อยให้เธอกลับบ้าน มาริสาจึงต้องมานอนนิ่งอยู่ที่เตียงรอผลการตรวจยืนยันอีกครั่งว่าปลอดภัย เธอไม่ลืมที่จะโทรบอกแม่เธอ แต่ที่เธอเป็นห่วงตอนนี้ก็มีแต่น้องสาวที่ไม่มีใครทำกับข้าวไว้ให้ถึงตอนโทรไปถามตัวจิ๊ดจ๋าจะบอกให้พี่สาววางใจ เพราะเธอสามารถดูแลตัวเองได้แล้วก็ตาม แต่เธอก็แน่ใจว่านิสัยอย่างน้องสาวเธอคงไม่ลุกขึ้นมาทำอะไรกินเองเป็นแน่

มาริสานึกถึงกันยาขึ้นมาได้ก็รีบกดโทรศัพท์ในมือ แต่เสียงสัญญาณเรียกเข้ากลับดังขึ้นในห้องที่เธอนอนอยู่ เสียงถอนหายใจดังขึ้นก่อนที่กันยาจะปรากฏตัวให้เธอเห็น มาริสาตัดสายโทรศัพท์เสียงสัญญาณเรียกเข้าก็หยุดลง

พี่กันยา... มาริสาไม่เชื่อสายตาตัวเอง

โทรหาพี่มีอะไรเหรอ

หนูกลัวว่าพี่จะไปรอสอนไวโอลินหนูที่บ้าน

คิดได้ยังไงกัน ตอนนั้นพี่ก็อยู่ด้วย แสดงว่าไม่เคยนึกเลยสินะว่าพี่น่าจะตามมาดูเธอที่โรงพยาบาล น้ำเสียงกันยาแฝงความไม่พอใจอยู่หลายส่วน

หนูคิดว่าพี่... มาริสาไม่กล้ากล่าวต่อ

ถึงจะโกรธกันยังไงเวลามีเรื่องคอขาดบาดตายก็ต้องเป็นห่วงกันสิ กันยากล่าวตรงไปตรงมาเสียงดังคล้ายกำลังโมโห มาริสางงงันอยู่พักหนึ่งก่อนก้มหน้าหลบสายตาอดอมยิ้มไม่ได้ในใจนั้นก็พลันรู้สึกอบอุ่นขึ้น กันยามองท่าทีของรุ่นน้องก็พอทราบความรู้สึก ถ้าขีดเส้นไว้ตรงนี้มันก็คงดีหากเดินลึกไปกว่านี้คงเจ็บปวด

หลังจากนั้นหมอก็เข้ามาร่ายงานผลการตรวจร่างกายสรุปผลการตรวจพบว่าร่างกายปรกติทุกอย่างและให้กลับบ้านได้ทันที กันยาอาสาพารุ่นน้องเธอไปส่งให้ถึงบ้าน สำหรับมาริสานั้นน่าจะเป็นเรื่องที่ดีแต่พอขึ้นไปนั่งบนรถแล้วทั้งสองต่างพูดอะไรกันไม่ออก ถึงเด็กสาวจะสงสัยในเรื่องหลายอย่างที่เกิดขึ้นหลังเธอหมดสติไป และอยากจะตกลงกับกันยาในเรื่องของเพลงที่จะเล่นไวโอลินคู่กันในวันพรุ่งนี้ แต่อารมณ์ในตอนนั้นมาริสาไม่กล้าที่จะเป็นฝ่ายเริ่มพูดคุยก่อน เพราะเหตุการณ์ที่เกือบจะจูบกันในตอนพักเที่ยงนั้นวนเวียนเป็นคำถามอยู่ในหัวว่ากันยารู้สึกอย่างไรกับเธอกันแน่...

***************


กันยาของดการสอนวันนี้เนื่องจากตอนนี้เป็นเวลาสามทุ่มกว่าแล้ว มาริสาก็ได้แต่พยักหน้าตอบรับอย่างว่าง่าย เปิดประตูรั้วเดินเข้าบ้านไปแม้ในใจหวังอยากจะให้รุ่นพี่เธอเข้ามาพักผ่อนดื่มน้ำชาแต่มันก็ดึกแล้วอย่างที่ว่า เมื่อเได้ยินเสียงรถของกันยาเคลื่อนตัวออกจากหน้าบ้านจึงอดไม่ได้ที่จะเหลียวหลังตามไปดูอย่างอาวรณ์ จิ๊ดจ๋าเปิดประตูออกมารับพี่สาวของเธออย่างรวดเร็วด้วยสีหน้าเป็นห่วงเมื่อสอบถามแล้วว่าไม่ได้เป็นอะไรน้องสาวของเธอก็ดูสบายใจขึ้น

แต่หน้าตาพี่เมย์ไม่ค่อยดีเลย ขนาดแฟนมาส่งถึงบ้านแทนจะยิ้มหน้าบานทำไมทำหน้างอแบบนั้นละ จิ๊ดจ๋าอดไม่ได้ที่ต้องเอ่ยคำถามบาดใจพี่สาว

รุ่นพี่ นะรุ่นพี่แฟนอะไรกัน มาริสาเลี่ยงที่จะตอบ

ยังไม่คืนดีกันอีกเหรอพี่ น้องสาวตัวแสบตามถามขณะพี่สาวถอดรองเท้าจะขึ้นบ้าน

กินอะไรไปนะตกลงจิ๊ดจ๋า มาริสาเปลี่ยนเรื่องอีกหน น้องสาวถึงกับทำหน้างอใส่

พี่เมย์นะเล่าหน่อยสิ ทำไมยังไม่คืนดีกันแล้วทำไมพี่คนสวยถึงมาส่งพี่ได้ มาริสาเดินหนีเข้าครัวไป มองซ้ายขวาดูร่องรอยการทำอาหาร ก่อนถอนหายใจหยิบวัตถุดิบในตู้เย็นออกมาอย่างว่องไว

ร่างกายเธอก็ยิ่งไม่ค่อยดีอยู่นะจี๊ดจ๋าแล้วยังจะไม่ยอมกินข้าวอีก เดี๋ยวกลางคืนปวดท้องขึ้นมายังไม่เข็ดเหรอ

หนูทำกินเองก็ใช่ว่าปลอดภัย รอพี่เมย์สามสี่ชั่วโมงหนูก็รอได้ จิ๊ดจ๋าพูดเสียงออดอ้อน เพราะพี่เมย์ทำกับข้าวอร่อยที่สุด

ทำปากหวานอยากกินอะไรละ

อะไรก็ได้แต่พี่เมย์ต้องเล่าเรื่องพี่กับแฟนพี่ให้หนูฟัง ความไม่ยอมแพ้ของน้องสาวเธอทำเอามาริสาถอนหายใจก่อนหันกลับไปเตรียมอาหารต่อ จิ๊ดจ๋าพอมองแล้วเห็นท่าทางพี่สาวเธอจะเริ่มโกรธก็ไม่กล้าซักถาม

วันนี้เกือบจะจูบกับพี่กันยาด้วย มาริสาพูดขึ้น จิ๊ดจ๋าได้ยินรีบเข้าไปหาถามรายละเอียดแต่เมื่อเห็นสีหน้าไม่สบายใจของพี่สาวเธอก็อดสงสัยไม่ได้

พี่เมย์เล่าเรื่องจูบทีไรสีหน้าเป็นแบบนี้ทุกที ตอนคริสมาสปีที่แล้ว...มันต้องสองปีที่แล้วสิ พี่ก็แบบนี้ จิ๊ดจ้าตั้งขอสังเกต มาริสาหลับตานึกถึงความหลังก่อนส่ายศีรษะ

ตอนนั้นคิดแล้วเด็กน่าดูแล้วก็ที่จูบกันไปมันก็ไม่ใช่เพราะความรัก กลายเป็นว่าอยากรู้อยากลองมากกว่า กลับมาก็เลยซึมไป

พี่เมย์รู้สึกผิดขนาดนั้นเลยเหรอ แล้วครั้งนี้ละ น้องสาวถาม มาริสาเงียบไป

เกือบจะจูบกันเอง แต่ก็รู้สึกนะว่ามันคงไม่ใช่จูบที่เป็นความรัก แค่ล้มกันลงไปแล้วคิดว่ามันเป็นโอกาสก็เลยจะเลยตามเลย มาริสากล่าวก่อนจัดวัตถุดิบลงในกระทะ และเริ่มผัดอาหารอยู่อึดใจก่อนตักขึ้นจาน

พี่ก็เลยรู้สึกผิดอีกแบบนั้นเหรอ

อือ... มาริสาตอบตรงไปตรงมาก่อนวางอาหารลงโต๊ะ เมื่อเหลือบไปมองทางประตูห้องครัวจึงพบแม่เธอยืนกอดอกทำท่าครุ่นคิดอยู่

คุณแม่กลับมาทำไมไม่ได้ยินเสียงเลย มาริสาถามขึ้น

ก็มาแอบฟังพวกแกคุยกันจะให้รู้ตัวทำไม แต่ว่าเรื่องจูบนี่มันก็เรื่องของอารมณ์ร่วมทั้งนั้นเลยนะ จะตั้งใจหรือเลยตามเลย หรือเพราะอารมณ์ใคร่ก็อย่าไปถ้าหาเหตุผลให้มันเป็นสาระเลยเรื่องของอารมณ์มันไม่มีคำตอบที่ถูกต้องหรอกว่าต้องเป็นแบบนั้นแบบนี้ แม่ของเธอให้ข้อคิด

ก็...แล้วคุณแม่มีความเห็นยังไงคะกับเรื่องของหนู มาริสาถามเพราะเธอก็อยากได้แนวทางตัดสินใจ แม่ของเธอคิดเล็กน้อย

อยากจูบก็จูบเถอะถ้าไม่ใช่เป็นการบังคับขืนใจใคร แล้วก็ไม่ต้องไปหาเหตุผลมากเดี๋ยวจะพานเรียนไม่รู้เรื่อง โรงเรียนแกยิ่งโหดอยู่รู้บ้างไหม สอนกันแบบตามสบายแต่ข้อสอบกลับมหาโหดระวังตัวไว้ด้วยละ

ก็จะพยายามไม่คิดมากอยู่แล้วละคะ ยังไงทางนั้นก็คงไม่ได้คิดอะไรอยู่แล้ว มาริสาตัดพ้อ

เป็นไปไม่ได้หรอกที่จะไม่คิดอะไร ไม่แน่อาจจะนอนไม่หลับเอาเสียด้วย แม่ของเธอยิ้มมองลูกสาวเหมือนจะบอกความนัยอะไรบางอย่าง...

***************


มาริสาไม่สงสัยในสิ่งที่แม่เธอพูดแล้วเพราะคนที่นอนไม่หลับกลับกลายเป็นตัวเธอเอง เด็กสาวทบทวนอยู่นานแล้ววันนี้มีเรื่องน่าตื่นเต้นเกิดขึ้นมาก เรื่องของกันยาในตอนเช้าที่เย็นชาใส่เธอจนเล่นเอาใจเสีย เรื่องในตอนเที่ยงที่เกือบจะจูบกับรุ่นพี่ของเธอ เรื่องที่รุ่นพี่ชัยพฤกษ์กำลังจะตกลงมาและเธอใช้เวทมนตร์ช่วยไว้ เรื่องที่ได้พบเซรินภูตน้องสีน้ำเงิน เรื่องของอีทาเนีย เรื่องที่กันยาปรากฏตัวที่โรงพยาบาล แต่เรื่องที่เธอทบทวนอยู่ตลอดเวลากลับเป็นช่วงเวลาที่เกือบจะสัมผัสริมฝีปากของกันยา เฝ้าถามรุ่นพี่ในใจของตัวเองว่ากำลังคิดอะไรอยู่ หากโกรธเธออยู่ทำไมจึงไม่มีท่าทีจะขัดขืนอะไร

มาริสาหยุดความคิดสับสนที่วนเวียนถามแต่กันยาในจิตนาการ เดินขึ้นไปเปิดเครื่องคอมพิวเตอร์เข้าสู่มาเนียน่าออนไลน์ และรีบติดต่อกับฮารินเด็กสาวผมสีดอกทานตะวันที่เธอร้างการติดตอไปนานทั้งที่สัญญาไว้ว่าจะรีบติดต่อกลับเพื่อร่ายงานเรื่องของ เจ้าหญิงแห่งรัตติกาล

สวัสดีฮาริน

นั้นท่านมาริสาหรือ ทั้งที่ข้าบอกให้ทานรีบติดต่อมาแต่ทำไมถึงทิ้งคืนวันให้ผ่านไปแบบนี้ ฮารินต่อว่าเธอมาริสารู้สึกเข้าใจความรู้สึกของเด็กสาวคนนี้จนนึกน้ำเสียงออกแม้จะเห็นเพียงแค่ตัวหนังสือในหน้าจอคอมพิวเตอร์

ขอโทษ ถ้าจะให้พูดตามตรงฉันกลัวที่จะสัมผัสกับโลกของพวกเธอ

ทำไมกันท่านก็เห็นแล้วว่าเรื่องทุกอย่างเป็นความจริง

เอาละ นี่ไงฉันติดต่อมาแล้ว ว่ายังไงบ้างละเรื่องของเจ้าหญิงแห่งรัตติการ มาริสาพิมพ์ถามไปกลับพบแต่ความเงียบ หรือว่าฮารินจะอยู่ในอันตราย มาริสารีบกดค้นหาสถานที่อยู่ของเธอเมื่อพบว่าเด็กสาวยังปลอดภัยดีและนั่งอยู่ใต้ต้นไม้ใหญ่ภายในมหาวิหารแห่งเพ็ดตาว่าก็โล่งใจชั้นหนึ่ง แต่สีหน้าลำบายใจนั้นบรรยายออกมาเป็นตัวหนังสือผ่านหน้าจอคอมจนมาริสารู้สึกเป็นห่วงว่าจะมีเรื่องร้ายแรงเกิดขึ้น

ฮารินมีเรื่องอะไรไม่สบายใจเหรอ มาริสาพิมพ์ถาม

สภาสูงแห่งเพ็ตตาว่าตกลงจะไม่ทำอะไรเกี่ยวกับเรื่องที่เจ้าหญิงแห่งรัตติการไปปรากฏในโลกแห่งวัตถุ ซึ่งมันหมายถึงโลกของพวกท่าน

ฉันไม่ค่อยเข้าใจ

คือการคงอยู่ของเจ้าหญิงแห่งรัตติการทำให้หลายประเทศกลัวว่าเพ็ตตาว่าจะพัฒนาเวทมนตร์ที่เป็นอำนาจมืดใช้บุกโจมตี จึงชักธงรบเป็นศัตรูมาเป็นเวลานาน มีปัญหาตามแนวชายแดนเกิดขึ้นตลอดเวลา นอกจากนี้ก็ยังมีพวกลักลอบเข้าวิหารชมจันทน์เพื่อหาวิธีควบคุมเจ้าหญิงแห่งรัตติการ ซึ่งมันก็เป็นอัตรายต่อเพ็ตตาว่าด้วยเช่นกัน ทั้งหมดจึงลงมติว่าไม่สนใจเรื่องที่ข้ารายงาน

เธอจะบอกว่าเจ้าหญิงแห่งรัตติกาลไม่เป็นที่ต้องการของโลกนั้นเหรอฮาริน? มาริสาพิมพ์ถาม

ทุกประเทศต้องการเธอใช้เป็นต้นกำเนิดมานาแห่งความมืด เพื่ออำนาจทางการทหาร เพียงลำพังตัวเจ้าหญิงแห่งรัตติกาลไม่ได้มีอันตรายมากมาย ถึงพลังอำนาจเธอจะมหาศาลแต่ในความเป็นจริงแล้วเธอไม่ได้เห็นชีวิตเป็นของเล่นเลย

ไหนเธอว่าตอนแรกคณะที่ไปปิดผนึกของเจ้าหญิงแห่งรัตติการถูกทำร้ายไง

ซาราสหายของข้าตรวจสอบเรื่องนี้แล้วเชื่อได้ว่า มีคนต้องการทำลายผนึกเจ้าหญิงแห่งรัตติกาลเพื่อยึดครองเป็นของตน เจ้าหญิงแห่งรัตติกาลจึงป้องกันตัวเอง ไม่สิเธอป้องกันการที่ตัวเองนะถูกนำไปใช้เป็นอาวุธมากกว่า ไม่แบบนั้นความสูญเสียคงมากกว่าที่เกิดขึ้นในวันนั้นมากนัก

แบบนั้นก็ช่วยไม่ได้ให้อยู่โลกของฉันก็คงไม่มีปัญหาอะไรไม่ใช่เหรอ

มันแย่ตรงที่ว่าหากเกิดอะไรขึนมาพวกท่านรับมือเจ้าหญิงแห่งรัตติกาลไม่ได้นะสิ เพราะเพียงแค่ความซุกซนของเจ้าหญิงฯ ก็อาจจะทำให้เกิดคนบาดเจ็บล้มตายได้นับไม่ถ้วน อีกอย่างเจ้าหญิงแห่งรัตติกาลก็หมายเอาวิญญาณของท่านเป็นข้ารับใช้ไม่ใช่หรือมาริสา ฮารินยกเหตุผลขึ้นมา

แต่...แบบนั้นคิดแล้วน่าสงสารเจ้าหญิงแห่งรัตติการนะ ทุกคนหวากกลัวเธอและก็มีคนจ้องใช้ประโยชน์จากการที่ทุกคนกลัวเธอ

ท่านอยากจะช่วยเจ้าหญิงแห่งรัตติกาลเหรอ

ถ้าไม่เกินความสามารถนะ

ไม่มีใครควบคุมเจ้าหญิงแห่งรัตติการได้หรอกนอกจากจะเป็นผู้ที่มีมานาแห่งความมืดมากกว่า

ใครเหรอ มาริสาถามอย่างสนใจ

จักรพรรดินีแห่งความมืด เมซานี่ นอสเทอเรียรุส พระนางเป็นมารดาของเจ้าหญิงแห่งรัตติการ ก็คนที่ท่านให้ข้าไปกราบขอร้องรูปของพระนางเพื่อให้เปิดไปเอาบันทึกเกี่ยวกับธาตุความมืดที่ห้องสมุดในอีทาเนียยังไงละ

แล้วแบบนั้นแม่ของเจ้าหญิงรัตติกาลไปไหนแล้วละ

พระนางสิ้นอายุขัยมาหลายร้อยปีแล้ว กลายเป็นต้นไม้ในวิหารชมจันทนร์ ฮารินตอบกลับมาทันที แย่ละ...ข้าต้องไปเรียนแล้วคงอยู่คุยกับท่านไม่ได้ แต่มีอะไรก็ติดต่อข้ามาได้นะ

งั้นโชคดีนะฮาริน

ท่านเช่นกัน ฮารินตอบกลับ มาริสาติดตามเด็กสาวผมดอกทานตะวันไปจนเธอเข้าสู่ห้องเรียนก็ ตัดสายของตัวเองออกจากมาเนียน่าออนไลน์ เหลือบมองนาฬิกาผ่านไปได้ไม่กี่นาทีเท่านั้นทั้งที่ปรกติเธอมักจะพูดคุยกับฮาริสองสามชั่วโมง พอไร้เรื่องที่ต้องขบคิดก็หวนนึกไปเรื่องจูบอีกครั้ง จนเริ่มหงุดหงิดตัวเอง ทิ้งตัวลงเตียงนอนพยายามหลับลงให้ได้....

จบองก์ 25 โจมตีและป้องกัน

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
ว้าวว...มาลงตอนใหม่แย้วว...รอตอนต่อไปน่ะค่ะ
#1  by  fon (203.113.38.8) At 2006-12-27 02:58, 
เด๋วนี้มีการเพิ่ม *** ไว้ขั้นฉากด้วยแฮะ - 3-
#2  by  EDS At 2006-12-29 13:12, 
มาอัพฉลองปีใหม่หน่อยสิค่ะ รอนานแล้วนะ..
#3  by  fon (203.113.38.9) At 2007-01-05 22:03, 

<< Home