2006/Sep/22

ชุดนักเรียนของโรงเรียนกมุทะรัตน์ดูจะแปลกประหลาดไปทันทีหากจะเทียบกับชุดนักเรียนของโรงเรียนอื่นในยุคนี้ที่จะถูกออกแบบให้สวยและน่ารักมีสีสันและลูกเล่นมากกว่าเครื่องแบบนักเรียนมัธยมปลายหญิงแบบดั่งเดิมที่ใช้กันทั่วไปเมื่อเจ็ดสิบแปดสิบปีก่อน และเสื่อมความนิยมตามยุคสมัยและสังคม ชุดเสื้อขาวกระโปรงยาวที่มาริสาสวมใส่ไปโรงเรียนพบเห็นได้น้อยเต็มทีในสถานที่ทั่วไป ซึ่งจะมีก็เพียงโรงเรียนที่ขึ้นตรงกับสภานักเรียน จะเป็นชุดนักเรียนสีขาวกระโปรงสีน้ำเงินเข้ม ซึ่งก็ยังมีความแตกต่างกับของโรงเรียนกมุทะรัตน์ซึ่งติดเข็มโรงเรียนที่อกซ้ายและสวมใส่กระโปรงนักเรียนยาวสีดำแทน

มาริสาเมื่อแต่งตัวในชุดนักเรียนเรียบร้อยแล้วก็เตรียมลงมาข้างล่างเพื่อทำอาหารเช้าให้น้องสาวของเธอที่พึ่งเข้าไปปลุกก่อนหน้านี้ กลับพบคุณแม่นั่งปล่อยอารมณ์อ่านหนังสือพิมพ์เปิดโทรทัศน์ดูข่าวช่วงเช้าอยู่ในชุดสูทสีน้ำเงินที่แต่งเรียบร้อยแล้ว

คุณแม่เพิ่งกลับมาหรือว่ากำลังจะออกไปข้างนอกคะ มาริสาถามแม่ของเธอ

เพิ่งกลับมาแล้วก็กำลังจะออกไป แม่หลับมาบนรถไฟแล้ว ยังไงทำกับข้าวเพิ่มให้ด้วยจะได้ทานไปพร้อมกันด้วยเลย นี่คงปลุกยายจิ๊ดจ๋าแล้วสินะ

ปลุกแล้วค่ะ แต่คิดว่าทำกับข้าวเสร็จคงต้องไปลากออกมาจากใต้เตียงอีกนั้นล่ะ เด็กสาวกล่าวสีหน้าเบื่อหน่าย แม่ของมาริสาพยักหน้า

เดี๋ยวแม่ไปปลุกมันเอง ไปทำอาหารเถอะ อ๋อ เมย์... นี่แกกำลังอดอาหารอยู่หรือเปล่าวันศุกร์ถึงได้ไปเป็นลมที่โรงเรียน

เปล่าค่ะแม่ หนูผอมแบบนี้จะให้อดอาหารอะไรอีกล่ะคะ ว่าแต่ตัวแม่เองเถอะน่าจะพักอยู่บ้านสักวันสองวันเพิ่งเดินทางกลับมาก็จะไปทำงานต่อแล้ว มาริสาถามกลับผู้เป็นแม่โบกมือให้ลูกสาวคล้ายไล่ให้เข้าไปทำอาหารในขณะที่ตัวเองหันกลับไปก้มหน้าก้มตาอ่านข่าวในหนังสือพิมพ์ มาริสาเดินเข้าครัวสวมผ้ากันเปื้อนจัดหาอาหารตามปรกติ

เมย์ แม่ของเธอเรียกขึ้น

ค่ะแม่... มีอะไรคะ

เค้ายังไม่ให้เข็มติดหน้าอกแกมาอีกเหรอ ...

รถที่มาส่งนักเรียนในตอนเช้าจะจอดได้หน้าซอยปากทางเข้าโรงเรียน แล้วจึงให้นักเรียนเดินเข้าไปกันเอง ภาพของเด็กสาวในชุดขาวกระโปรงดำเดินกันไปตามทางเท้าเป็นระเบียบตามกัน จึงกลายเป็นภาพที่ชินตาสำหรับคนแถวนี้ มาริสาโดดลงจากรถประจำทางพร้อมกระเป๋านักเรียน มองซ้ายมองขวาเดินไปตามทางเท้าสายตาคอยสังเกตนักเรียนคนอื่นบนหน้าอกติดเข็มวงกลมสลัดลวดลายนูนสูงเป็นดอกบัวบานในบึง พอคิดว่าตัวเองแตกต่างก็รีบยกกระเป๋าขึ้นมากอดปิดหน้าอกเดินหลบสายตาคนอื่น สมองคิดหาทางแก้ไขเหตุการณ์ที่เกิดขึ้น อย่างไรคงต้องเริ่มจากคณะกรรมการนักเรียน แต่ดูเหมือนว่าปัญหาคงไม่ง่ายดายนั้นเพราะเธอจำได้แม่นยำว่า นักเรียนที่ไม่ได้ติดเข็มของโรงเรียนจะไม่สามารถร้องเรียนอะไรกับคณะกรรมการนักเรียนได้ แต่อย่างไรต้นเหตุทั้งหมดก็มาจากเรื่องที่เกิดขึ้นในวิหารกุหลาบต่างหากความผิดนี้ยังไงก็ไม่น่าจะเกี่ยวข้องกับเธอโดยตรง

ดังนั้นถึงจะผิดก็น่าจะได้รับความเห็นใจ

มาริสาคิดเช่นนั้นแต่ก็สังหรณ์ใจว่าเรื่องราวต้องไม่ง่ายดายเช่นนั้นแน่นอน

บอร์ดประกาศของคณะกรรมการนักเรียนเป็นจุดแรกที่มาริสาเริ่มหาข้อมูล แว่นสายตาถูกนำมาสวมเพื่อความชัดเจนในการอ่านตัวหนังสือสองมือจับกระเป๋านักเรียนกอดไว้มั่นไม่ให้ใครสังเกตเห็นว่าเธอไม่ได้ติดเข็มของโรงเรียน ทั้งหมดไม่มีประกาศสำคัญสำหรับคนที่ยังไม่มีเข็มกลัดติดหน้าอก หรือเรื่องของงานพิธีที่ผ่านมาในวันศุกร์ แต่กลับมีสิ่งที่น่าตกใจยิ่งกว่านั้น

ภาพของกันยาจูบเธอที่นอนอยู่บนเตียง มาริสาตัวเย็นวาบเขยิบตัวเข้าไปใกล้กับประกาศพลางขยับแว่นให้ถนัดตา ปากประกบปากกันแบบชัดเจนเล่นเอาเด็กสาวพูดอะไรไม่ออก คำถามมากมายผุดขึ้นมาในหัวสมองแต่ทั้งหมดก็ต้องการคำตอบเดียว เรื่องราวนี้มันเกิดขึ้นตอนไหนกัน ก่อนเธอถูกส่งไปที่โรงพยาบาลหรืออะไรกันแน่

เด็กคนนี้ไงที่จูบกับกันยาในภาพ เสียงหนึ่งร้องขึ้นอย่างไม่เกรงใจผู้เสียหาย ในทันทีมาริสาก็ตกเป็นเป้าหมายของคนรอบข้าง

เด็กคนนี้จริงด้วย จะทำอะไรกันก็น่าจะหาที่ลับตากว่านี้หน่อยนะ ดูสิกลายเป็นเหยื่อของชมรมวารสารแล้วน่าสงสารจริงเชียว

มะ...หมายถึงอะไรนะคะ มาริสาถอยหลังไปเล็กน้อย

ตกลงปีนี้พวกเราก็ไม่ต้องหาคู่โซลเมทประจำปีแล้วสินะ รุ่นพี่คนหนึ่งกล่าวอย่างสนุกสนาน

ยังเหลือเวลาอีกนานกว่าจะถึงเวลาคัดเลือกโซลเมท ไม่แน่ว่าจะอาจจะมีคู่ที่หวือหวายิ่งกว่านี้ก็ได้

แต่ถ้าเป็นคู่ของกันยา จะน่าสนุกกว่านะ อีกเสียงหนึ่งเสริมขึ้น

คู่ของกันยา จริงด้วยสินะ รุ่นพี่อีกคนหนึ่งยกมือป้องปากเล็กน้อยหัวเราะขึ้นในลำคอ ถ้าเป็นโซลเมทก็เป็นคู่ที่น่าสนุก มาริสารู้สึกอันตรายอย่างบอกไม่ถูก พวกรุ่นพี่ออกมาจากไหนกันทั้งที่ตอนแรกเธอไม่รู้สึกตัวด้วยซ้ำ เด็กสาวเริ่มรู้สึกตัวว่ารับมือไม่ไหวก็รีบถอยออกมาจากป้ายประกาศเดินก้าวเท้ายาวหนีออกมา หูแว่วเสียงหัวเราะตามมาจากด้านหลัง ต่อจากเรื่องของเข็มกลัดติดหน้าอกก็มีเรื่องภาพนี่อีก เธอเริ่มสับสนแล้วว่าจะเริ่มตรงไหนดี...

เรือนดอกมะลิที่ทำการของคณะกรรมการนักเรียนอยู่ในสภาวะสงบนิ่ง อบอวนไปด้วยกลิ่นหอมของไม้ดอกสีขาวที่บานประดับโดยรอบ มาริสากอดกระเป๋าหนังสือเดินอย่างรวดเร็วก่อนชะงัดฝีเท้าหยุดอยู่หน้าอาคารชั้นเดียวอยู่อึดใจใหญ่ รวมรวมกำลังถอดรองเท้าเปิดประตูก้าวเข้าไปในรวดเดียวเพื่อไม่ให้เปลี่ยนใจ

รุ่นพี่ผอบจันทน์นั่งจิบชาส่งกลิ่นหอมกรุ่นมาจากถ้วยกระเบื้องเคลือบใบเล็กอยู่ที่โต๊ะตัวเล็กอย่างสงบ สายตาเหลือบมองเด็กสาวผู้มาเยือนผ่านแว่นบางปรากฏรอยยิ้มที่มุมปาก

สวัสดีค่ะพี่ผอบจันทน์ หนูมีเรื่องอยากจะถามเกี่ยวกับเรื่องของเข็มกลัดติดหน้าอกของหนู มาริสาสรุปการมาของเธอ ผอบจันทน์พยักหน้าเล็กน้อยตอบรับคำถามพลางวางถ้วยน้ำชาลงบนโต๊ะ

ก่อนอื่น...เธอผิดกฎอยู่สองข้อ หนึ่ง นักเรียนที่ไม่ติดเข็มไม่สามารถเข้ามาติดต่อคณะกรรมการนักเรียนภายในเรือนดอกมะลิได้ สอง เธอตั้งคำถามกับรุ่นพี่ ซึ่งถือเป็นมารยาทที่แย่มากสำหรับนักเรียนของกมุทะรัตน์ ผอบจันทร์ร่ายยาวท่าทางของประธานนักเรียนคนสวยดูจะผิดแปลกจากวันแรกที่เธอพบอยู่ไม่น้อย รุ่นพี่หลายคนในคณะกรรมการนักเรียนเริ่มหันมาสนใจมาริสา เด็กสาวรู้สึกได้ทันทีว่าสายตาเหล่านั้นไม่ค่อยเป็นมิตรกับเธอเท่าไรนัก แต่อย่างไรก็ตามตอนนี้เธอกำลังต้องการความช่วยเหลือ

ขออภัยค่ะรุ่นพี่ผอบจันทน์ มาริสากล่าวด้วยน้ำเสียงที่ชัดเจนพร้อมหันหลังเตรียมเดินออกไปอาคารชั้นเดียว ไม่ใช่ว่าเธอใจแข็งไม่คิดรับคำช่วยเหลือเพียงแต่นี่เป็นเรื่องที่เตรียมใจไว้แล้วก่อนที่จะเดินเข้ามาในนี้

สมแล้วที่เป็นโซลเมทของกันยา เสียงหนึ่งดังขึ้นจากกลุ่มคณะกรรมการนักเรียนด้านใน

แข็งเหมือนกันแบบนี้ท่าทางพวกเราจะต้องทำงานหนักกันหน่อยแล้วล่ะ อีกหนึ่งแสดงความคิดเห็น

แต่ว่าเหลือแค่กันยาคนเดียวแบบนี้ ถึงหาโซลเมทมาช่วยงานได้ก็ไม่รอดอยู่ดีนั้นล่ะ อีกหนึ่งเสริมขึ้นก่อนหัวเราะกัน มาริสาหยุดฟังและหันไปมองทางต้นเสียง

เธอไม่มีธุระก็ออกไปได้แล้วมาริสา ผอบจันทน์กล่าวขึ้น เด็กสาวได้แต่เพียงตอบรับและเดินออกสู่ภายนอกอาคาร เธอยังยืนนิ่งอยู่หน้าเรือนดอกมะลิอยู่พักใหญ่ก่อนขยับตัว ตัดสินใจรออยู่หน้าคณะกรรมการนักเรียนอย่างไม่มีทางเลือก หลายคนเดินผ่านไปผ่านมาต่างมองเธออย่างสงสัย บ้างมองด้วยความตื่นเต้นและซุบซิบพูดคุยกับเพื่อน เวลาผ่านไปกว่ายี่สิบนาที ผอบจันทน์ก็เดินออกมาจากเรือนดอกมะลิ

ประธานนักเรียนคนสวยมองเด็กสาวด้วยสีหน้าสนุกสนาน รอยยิ้มนั้นดูประหลาดคล้ายกำลังวางแผนอะไรอยู่ แต่ท่าทางของผอบจันทน์ดูจะอ่อนโยนกว่าที่พบเห็นเมื่อครู่

สวัสดีค่ะรุ่นพี่ผอบจันทน์ มาริสาเอ่ยปาก ยืนเงยหน้ามองประธานนักเรียนที่อยู่บนชานของเรือนดอกมะลิ

สวัสดีครั้งที่สองถือว่าเสียมารยาทนะสำหรับพวกเรา เอาเถอะก่อนที่เธอจะมองว่าชั้นเป็นตัวงี่เง่าพูดเรื่องของกฎระเบียบอย่างกับลมหายใจเข้าออก จนกว่าเธอจะติดเข็มและได้อ่านหนังสือคู่มือของคณะกรรมการนักเรียนชั้นจะไม่ถือสาหาความแล้วกัน ผอบจันทน์กอดอกมองเด็กสาวแววตาของมาริสามองเธออย่างตั้งใจแทนคำตอบรับ ผอบจันทน์ถอนหายใจเล็กน้อยก่อนกล่าวต่อ ตกลงว่ากันยายังไม่เอาเข็มกลัดกับหนังสือคู่มือนักเรียนไปให้เธอเหรอมาริสา

หมายความว่าอย่างไรคะ

เธอถามชั้นอีกแล้วนะมาริสา

ขออภัยค่ะ หนู...

"ชั้นเอากล่องใส่เข็มกับคู่มือนักเรียนฝากให้กันยาเอาไปให้เธอที่โรงพยาบาลแล้ว ก็เห็นว่าตอนเย็นกันยาไปเยี่ยมเธอไม่ใช่เหรอ"

"ไม่ทราบเลยค่ะ หนูไม่รู้เลยว่าพี่กันยามาเยี่ยมหนูที่โรงพยาบาล"

"แบบนั้นเธอคงต้องไปถามกันยาดูแล้วล่ะ" ผอบจันทน์สรุปเพียงแต่สีหน้านั้นยังฉาบไปด้วยความสงสัยหลายส่วน

"ขอบคุณมากค่ะพี่ผอบจันทน์" มาริสายกมือไหว้รุ่นพี่ของเธอ สำหรับผอบจันทน์ เด็กคนนี้มีเรื่องที่ขัดใจที่สุดก็ตรงที่ดูเหมือนกันยาจะให้ความเอ็นดูเป็นพิเศษ ทั้งที่ดูเป็นเด็กธรรมดาไม่มีความโดดเด่นเหมาะสมกับคนอย่างกันยาเลยแม้แต่น้อย แต่หากไม่มีเรื่องของกันยาแล้ว ลักษณะนิสัยซื่อ ตรงไปตรงมาของมาริสายังน่ารักกว่าเด็กหลายคนในคณะกรรมการนักเรียน

มีเด็กในคณะกรรมการนักเรียนบอกกับชั้นว่า เธอกับกันยาโดนชมรมวรสารถ่ายรูปขึ้นบอร์ดประกาศ

ค่ะ เรื่องนั้นก็อีก ตอนนั้นเกิดอะไรขึ้นคะทำไมถึงมีรูปแบบนั้นขึ้นมาได้

รูป...รูปเป็นยังไงเหรอ ผอบจันทน์ถามกลับสีหน้าของประธานนักเรียนดูเหมือนจะไม่รู้อะไร แต่มาริสาคิดว่าเธอกำลังโดนแกล้งมากกว่าเพราะรุ่นพี่คนนี้เป็นคนบอกเองว่ารู้เรื่องรูปที่ถ่ายติดบอร์ดประกาศแล้ว

หนูกับพี่กันยาจูบกันน่ะค่ะ มาริสาตอบหน้าชา อย่างไรถ้าอยากจะรู้ความจริงคงต้องเดินหน้าอย่างเดียว

หา...มีเรื่องแบบนั้นด้วยเหรอ จะว่าไป... ผอบจันทน์ทำท่าคิดเล็กน้อยถ่วงเวลาให้มาริสาคิดไปไกล ตอนนั้นชั้นก็มัววุ่นวายกับงานของพิธีประดับเข็ม แล้วก็ยังมีเรื่องของวิชุดาอีกรายนั้นก็บาดเจ็บไม่น้อย กว่ารถพยาบาลจะมาก็มีแต่กันยานั้นละที่ค่อยดูแลเธอเห็นบอกว่าสาเหตุที่เธอต้องเป็นแบบนี้ก็เพราะเด็กคนนั้นดึงเธอเข้ามายุ่งเกี่ยวด้วยเลยอยากจะรับผิดชอบคอยดูแลเธอเท่าที่จะทำได้ ผอบจันทน์อธิบายมาริสาไม่ต้องตีความมากมายก็เข้าใจได้ แต่ก็ยังเกิดคำถามหลายข้อที่ไม่อาจจะกล่าวออกไปได้

แต่ไม่น่าเชื่อนะว่ากันยาจะถึงขั้นจูบเธอที่หลับอยู่ ทั้งที่เด็กคนไม่ได้มี่ท่าทีจะชอบผู้หญิงด้วยกันนี่นา แต่ถ้าชมรมวารสารเล่นข่าวแบบนี้พวกเธอท่าทางจะลำบากแล้วล่ะ ผอบจันทน์แกล้งขู่

ฝ่ายปกครองคงเล่นงาน แล้วพวกคุณครูก็คงไม่อยู่เฉยแน่ ถ้าแม่ต้องมาโรงเรียนเพราะเรื่องแบบนี้... มาริสาอดบ่นขึ้นมาไม่ได้ ผอบจันทน์ฟังแล้วถึงกับหัวเราะเล็กน้อยเหมือนขบขันในความไร้เดียงสาของเด็กสาว

ถ้าเรื่องพวกนั้นไม่ต้องเป็นห่วงนะ... พวกครูหรือผู้อำนวยการเองไม่มาสนใจเรื่องรักใครของเด็กนักเรียนหรอกสำหรับที่นี่เป็นเรื่องธรรมดาไปแล้ว ห่วงพวกคุณหนูในคณะกรรมการนักเรียนดีกว่า แถมยังโดนรุ่นพี่คอยแซวเป็นเรื่องสนุกชั้นว่าน่ากลัวเรื่องที่เธอคิดเสียอีก สิ่งที่ผอบจันทน์เล่าให้ฟังดูจะสร้างความสับสนและงุนงงให้มาริสาไม่น้อย แต่นี้ยังไม่ใช่เวลาที่เธอจะมามัวยืนตัวแข็งแบบนี้เพราะอีกไม่นานก็จะได้เวลาเข้าเรียน

ตอนนี้หนูคงต้องตามหาพี่กันยาให้เจอก่อน

นั่นสิจะไปหาที่ไหนดีล่ะ? ผอบจันทน์ย้อนถาม มาริสารู้สึกแว๊บขึ้นมา ก่อนหันไปมองแนวป่าด้านหลังซึ่งเป็นทางมุ่งไปสู่วิหารกุหลาบ

จะไปหาในป่าเหรอ? ผอบจันทน์ถามขึ้นน้ำเสียงเหมือนจะสงสัย มาริสาหันมามองประธานนักเรียนคนสวยเล็กน้อยก่อนกล่าวขอบคุณ และเดินมุ่งหน้าเดินไปสู่สวนป่าด้านหน้า ผอบจันทน์มองตามหลังถึงอดแสดงสีหน้าแปลกใจไมได้

เอ...หรือว่าสองคนนี้จะเป็นโซลเมทกัน...

จบองก์ 8บอร์ดประกาศของชมรมวรสาร

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry

<< Home