2006/Sep/22

พุ่มดอกเข็มสีชมพูกลุ่มใหญ่บานสวย จัดเป็นกอเว้นระยะพอเหมาะบนสนามหญ้าเขียวขจีที่ได้รับการดูแลอย่างดี แสงแดดแรงจัดของยามเช้าเล่นเอาเด็กสาวผมสีบลอนด์ต้องคอยยกมือป้องใบหน้าจากความร้อนที่แผดเผาผิวขาวและใบหน้าใสของเธอให้แสบร้อน หญิงรับใข้ในชุดผ้าซิ่นสีเข้มกับเสื้อผ้าดิบแขนสั้นสีหมองรีบนำร่มกางออกช่วยบังแสงแดดทันทีที่พาเด็กสาวออกมาจากที่ร่ม เสียงดนตรีไทยเครื่องสายดังแววมาก่อนที่สายตาจะมองผ่านพุ่มไม้สีเหลืองสว่างของดอกเฟื่องฟ้า ที่ปลูกโดยรอบเรือนไทย สายลมเอื่อยพัดอย่างเช่มช้าต้องร่างของวิชุดาที่เงยหน้ามองบันไดทางขึ้นเรือนไม้อย่างไม่ค่อยมั่นใจนักว่าตนเองยืนอยู่ถูกที่ถูกทางหรือไม่

หญิงรับใช้ หยิบกระบวยขึ้นมาตักน้ำสะอาดในตุ่มใบเล็กข้างบันไดมาชะล้างเท้าของวิชุดา เด็กสาวเขินเกินกว่าจะปล่อยให้ใครมาทำแบบนั้นให้จึงขอเลือกที่จะทำความสะอาดเองแต่ก็ใช่ว่าสาวใช้นั้นจะปล่อยให้เธอทำตามใจได้ สุดท้ายก็ต้องยอมให้ทุกอย่างเป็นไปตามธรรเนียมของที่นี่

เสียงละมุนนุ่มดังถี่ประกอบเป็นสำเนียงสะเหนาะถึงจะหยุดเว้นจังหวะเล็กน้อยเมื่อผู้เล่นสังเกตุเห็นผู้มาเยือนเบื้องหน้าชัดถนัดตา เด็กสาวปล่อยผมดำในชุดผ้าซิ่นสีน้ำเงินเข้มลายสวยเม้มริมฝีปากเล็กน้อยก่อนเริ่มบรรเลงเพลงต่อ ไม้ตีสองข้างรัวลงบนเส้นลวดทองเหลืองอย่างมีสมาธิ วิชุดาเลือกที่จะยืนฟังโดยไม่รบกวนการบรรเลงเพลงขิมของผอบจันทน์ สายลมเอื่อยกระทบกระดิ่งลมที่ผูกเว้นระยะห่างพอเหมาะพอดีตลอดริมหลังคาเกิดเสียงกุ๊งกิ๊งเย็นสบายสร้างความผ่อนคลายคู่ไปกับเสียงดนตรี เวลาผ่านไปไม่นานผอบจันทน์ก็หยุดมือพร้อมพนมมือไหวครูผู้สอนซึ่งในที่นี่ก็คือ ขิม ที่เธอเล่นอยู่เมื่อครู่

วิชุดาใช่ไม่ทราบธรรมเนียมนี้แต่อดนึกขำไมได้หากนักดนตรีทุกประเภทต้องถือเครื่องดนตรีเป็นครูแล้วคงตลกน่าดูหากเธอต้องยกมือไหวเปียโนที่บ้านทุกครั้งที่เล่นจบ รอยยิ้มที่ประดับบนใบหน้าของวิชุดาเพียงผอบจันทน์มองแวบแรกคิดว่าเข้าใจความคิดของสาวลูกครึ่งคนนี้ได้

เด็กพวกนั้นน่าจะรายงานชั้นสักหน่อยว่าเธอเข้ามา

เหมือนพวกเค้าจะรู้ว่าหนูเป็นรุ่นน้องพี่ผอบจันทน์น่ะค่ะ วิชุดาตอบ ผอบจันทน์ใช้ความคิดเล็กน้อยก่อนถอนหายใจยาวออกมา

"อาจจะเคยเห็นจากรูปที่ชั้นวาดเอาไว้เมื่อวานนี้" ผอบจันทน์ตอบตามตรงแววตาจับจ้องตาสาวผมบรอนด์ที่ยืนอยู่เบื่องหน้าอย่างมั่นใจ วิชุดาต้องหลบสายตาเล็กน้อยถ้าต่อสู้โดยตรงกับรุ่นพี่คนนี้ก็คงมีแต่เธอเองที่จะพ่ายแพ้

"แสดงว่าถ้าไม่มีแบบพี่ก็วาดได้นี่คะ"

"ก็แค่ภาพแต่มันไม่ใช่ตัวเธอ ชั้นต้องการจะวาดตัวเธอ เก็บเอาไว้" คำตอบของผอบจันทน์ทำเอาวิชุดาตามไม่ทัน

"หนูไม่ค่อยเข้าใจที่พี่พูดนะคะ" เด็กสาวผมบรอนด์ต้องการคำอธิบายเพิ่มเติม ผอบจันทน์ผมยิ้มเล็กน้อยพลางค่อยลุกขึ้น

เราน่าจะเปลี่ยนสถานที่กันหน่อยนะ ชั้นน่าจะพาเธอได้ไปรับรองที่เรือนฝรั่ง บรรยากาศแบบนี้อาจจะแปลกเกินไปสำหรับเธอ

"อย่าลำบากเลยค่ะ" วิชุดากล่าวพลางเดินเข้ามาด้านในส่วนที่ยกระดับขึ้นจากระเบียงด้านนอก หมุนซ้ายหมุนขวาอยู่พักใหญ่คิดอยู่ว่าจะนั่งอย่างไรเมื่อเก้าอี้ก็ไม่มีเบาะรองนั่งก็ไม่มี สุดท้ายก็ลงนั่งพับเพียบบนพื้นในระยะที่เธอเห็นว่าไม่ห่างหรือใกล้เกินไปกับผอบจันทน์ แต่ก็ใช่ว่าจะนั่งสบายเพราะเธอนุ่งกางเกงยีนส์ทรงพอดีตัวมา

ผอบจันทน์ลุกขึ้นเดินไปด้านหลัง ใช้กระบวยตักน้ำจากตุ่มดินเผาเทลงขันเงินยกมาให้รุ่นน้องของเธอ การกินน้ำจากขันเป็นอะไรที่แปลกประหลาดจนเด็กสาวลูกครึ่งต้องขมวดคิ้ว

ถึงบอกไงว่าไปนั่งเรือนฝรั่งจิบน้ำชากลิ่นหอมในถ้วยกระเบื้องน่าจะเหมาะกับเธอมากกว่า" ผอบจันทน์ย้ำอีกครั้ง วิชุดายกขันน้ำขึ้นดื่มตอบคำถามทางอ้อม สีหน้าไม่ยอมแพ้ของสาวรุ่นน้องทำเอารุ่นพี่คนสวยอมยิ้มออกมาอีกไม่ได้

"พี่ผอบจันทน์ชอบอะไรแบบนี้เหรอคะ ทุกทีเห็นจะดื่มชาฝรั่งฟังดนตรีคลาสสิค"

"ก็เลยไม่น่าจะชอบอะไรแบบนี้เหรอ?" ผอบจันทน์ย้อนถาม วิชุดาตอบได้ไม่เต็มปากนักว่าเธอคิดเช่นนั้น จึงเงียบ "ที่นี่เป็นบ้านของคุณย่าพอท่านเสียฉันก็ขอให้ย้ายมาปลูกในบ้าน ตั้งใจไว้ว่าจะทำเป็นสตูดิโอสำหรับวาดภาพหรือทำงาน"

แต่ดูจากชุดที่พี่ผอบจันทน์ใส่ แล้วก็เพลงขิมที่เล่นเมื่อครู่ ดูไม่เหมือนว่า... ปรกติพี่ผอบจันทน์ใช้ชีวิตแบบอื่น

ชุดผ้าซิ้นกับเสื้อคอกระเช้าแบบนี้ก็ใส่สบายจะลุกจะนั่งก็ง่ายดีด้วย ว่าแต่เธอเถอะวิชุดา อยู่ๆเปลี่ยนใจมาหาชั้นนี่คงไม่ใช่ว่าเตรียมใจมาพร้อมแล้วสินะ ผอมจันทน์กล่าวตรงไปตรงมา วิชุดานิ่งไปเล็กน้อยก่อนเอ่ยปากตอบโต้

พี่ผอบจันทน์ต้องการให้หนูเป็นแบบวาดภาพไม่ใช่เหรอคะ หนูมาเพียงเพื่อจะตอบแทนที่รุ่นพี่ดูแลหนูตอนที่ไม่ได้สติเท่านั้นเองค่ะ วิชุดาอธิบาย ผอบจันทน์รับฟังอยู่พักหนึ่งก็ขยับตัวลุกขึ้น หายเข้าไปในห้องด้านหลัง ความเงียบของตัวรุ่นพี่เล่นเอาวิชุดาเองเริ่มวางตัวลำบาก ขาตั้งแฟรมถูกยกนำมาวางบนพื้นไม้พร้อมติดตั้งผ้าใบใหม่ผืนขาวสะอาดตา สีและเก้าอี้รองนั่งถูกยกตามออกมาทีละชิ้น ผอบจันทน์สวมแว่นประจำของเธอนั่งลงพลางใช้แท่งคาร์บอนวาดโครงร่างลงบนแผ่นผ้าใบ วิชุดาออกจะรู้สึกผิดคาดอะไรหลายอย่าง

จะให้หนูนั่งท่านี้เหรอคะ วิชุดาเอ่ยปากเมื่อเห็นว่ารุ่นพี่ของเธอเริ่มลงมือวาด ผอบจันทน์พยักหน้าเล็กน้อย

ท่านั้นล่ะหรือว่าอยากนั่งท่าอื่นก็ได้นะ ผอบจันทน์เสนอแนะพลางดูท่าทีของรุ่นน้อง วิชุดาพยักหน้านั่งตัวแข็ง แต่อย่างไรก็ไม่ชินกับการนั่งพับเพียบ เด็กสาวขอสลับข้าง ผอบจันทน์ก็เพียงพยักหน้าและวาดรูปต่อเหมือนไม่ใช่ปัญหาใหญ่อะไร แต่ว่าผ่านไปอีกห้านาทีก็กลายเป็นปัญหาของวิชุดาอีกครั้งเมื่อขาเริ่มชาเหมือนจะไร้ความรู้สึก ครั้งนี้ขยับเปลี่ยนท่าทางอย่างไรก็ดูเหมือนจะไม่ช่วยอะไรมากนัก ผอบจันทน์มองรุ่นน้องตนก็อมยิ้มออกมา

ปวดขาให้พี่นวดให้เอาไหม รุ่นพี่คนสวยพูดเสียงหวาน

มะ...ไม่เป็นไรค่ะ วิชุดาตอบแทบจะในทันทีก่อนทนนั่งนิ่งต่อไป

กลัวอะไรพี่ขนาดนั้นวิชุดา จริงแล้วถ้ากลัวมากก็ไม่น่าจะมาหาพี่ถึงนี่นะ

ไม่ได้กลัวค่ะ วิชุดาตอบ เพียงแต่ต้องระวังตัว

ไม่ใช่ว่าจริงแล้วเธอก็ชอบพี่อยู่หรอกนะ ท่าทางเหมือนจะเล่นตัวแต่ก็กลัวพี่จะไม่สนใจ ผอบจันทน์ถามเสียงเรียบ วิชุดารีบส่ายศีรษะปฏิเสธ

จะเป็นแบบนั้นได้ยังไงคะ หนูไม่เสี่ยงกับพี่ผอบจันทน์หรอกค่ะ พี่มีอะไรกับกันยาแล้วด้วยซ้ำ ยังเจ้าชู้กับคนอื่นไปทั่ว

ดูง่ายนะเธอน่ะ ผอบจันทน์กล่าวขึ้นมารอยยิ้มนั้นดูเหมือนจะรู้เข้าไปถึงจิตใจของเด็กสาว วิชุดารู้ตัวว่าเปิดหน้าไพ่หงายโดยไม่ตั้งใจ ก็รีบเก็บอารมณ์

"ขะ...เข้าใจผิดแล้วค่ะ..."

เรื่องของชั้นไม่เท่าไรหรอก แต่อย่างไรก็อยากจะแก้ข่าวให้กันยาหน่อย ผอบจันทน์พูดเสียงเรียบ พลางผสมสีลงบนถาดพลาสติกสีขาว เด็กคนนั้นกับพี่ไม่เคยแม้แต่จะจูบกันเลยนะ คือ...แม้จะจับเนื้อต้องตัวยังทำได้ยากเลย สีหน้าของผอบจันทน์นั้นยากที่จะคิดว่าเธอกำลังโกหก วิชุดารู้สึกจากใจแต่นั้นไม่ใช่เรื่องที่เพียงพูดแล้วก็จะยอมรับกันโดยง่าย

ถ้าเป็นแบบนั้นทำไมกันยาไม่เคยแก้ตัวเลยละคะ รูปที่ชมรมวารสารเอามาลง ภาพผู้หญิงที่เปลือยอยู่กับพี่ผอบจันทน์ในห้องดูอย่างไรก็กันยา วิชุดาถามขึ้นเป็นชุด ผอบจันทน์หยุดมือลงเล็กน้อยก่อนเริ่มปาดสีลงในถาดบนมือต่อ

กันยาไม่ยอมแก้ตัว ถ้าจะพูดให้ถูกเธอเคยเห็นเด็กคนนั้นแก้ตัวอะไรไหมวิชุดา เข้าใจผิดก็ช่างเข้าใจถูกก็ช่าง ยายเด็กนั้นไม่น่ารักเอาเสียเลย ผอบจันทน์บ่นงึมงัม วิชุดาฟังแล้วอดไม่ได้ที่จะต้องซักต่อถึงความจริงที่เกิดขึ้น แต่ด้วยฐานะรุ่นพี่ของผอบจันทน์จะซักถามก็ทำได้ลำบาก

ความจริงเป็นอย่างไรละคะ วิชุดาถามตรงไปตรงมา

ไม่เล่นตามกฎเสียหน่อยละวิชุดา เธอไม่น่าจะถามออกมาแบบนี้นะ

แล้วแต่ความกรุณาของพี่ผอบจันทน์เถอะค่ะ ว่าจะปล่อยให้กันยาอันเป็นที่รักของพี่โดนเข้าใจผิดต่อไปหรือจะแก้ตัวแทน

อารมณ์ของเธอนี่เอาใจยากน่าดูนะวิชุดา

ปรกติหนูก็เป็นคนใจเย็นนะคะ เพียงแต่ว่า เรื่องที่กำลังพูดกันอยู่มีหลายอย่างที่ฟังแล้วน่าหงุดหงิด วิชุดาตอบตามตรง ความขุ่นมัวในอารมณ์ของวิชุดาที่เธอพูดถึงสำหรับผอบจันทน์มองได้หลากหลายกว่านั้น เด็กสาวใบหน้าสะสวยผมสีบรอนด์ยาวขมวดคิ้วแสดงออกถึงความไม่พอใจแววตาแข็งขืนริมฝีปากเม้มบนล่างเพื่อระวังคำพูดก็เป็นภาพที่น่าถ่ายทอดลงบนผืนผ้าใบ เพียงแต่อย่างไรก็ตามดอกไม้ที่แย้มบานย่อมต้องงดงามกว่าดอกตูม รอยยิ้มที่แท้จริงย่อมต้องดีกว่าความขุ่นมัวที่แสดงออก ผอบจันทน์วางมือลงจากรูปแสดงท่ามั่นใจแล้วว่าภาพนี้คงไม่สามารถวาดต่อไปได้

ตามชั้นมาสิจะให้ดูอะไร ผอบจันทน์กล่าวพลางลุกขึ้นเดินนำเข้าไปในห้องด้านใน เด็กสาวผมบรอนด์มองตามหลังมองรุ่นพี่อย่างระวังสงสัย สีหน้าบอกชัดว่ากำลังไม่แน่ใจ ผอบจันทน์จะทำอะไรกับเธอหรือเปล่า?

รุ่นพี่คนสวยทราบเท่าทันกอดอกระบายลมหายใจเก็บสีหน้าเบื่อหน่ายไว้ด้านหลังความเรียบเฉย ก่อนเดินเข้ามายื่นมือให้รุ่นน้องขี้ระแวง วิชุดาไม่สามารถปฏิเสธรุ่นพี่ได้จำใจยื่นมือขึ้นให้ผอบจันทน์ฉุดมือเธอขึ้นมา แต่เนื่องจากนั่งอยู่ในท่าที่ไม่คุ้นเคยมานานก็ทำเอาทรงตัวไม่ได้ วิชุดาเอนตัวไปพิงกับเสาไว้ก่อนเป็นอันดับแรกเนื่องจากต้องระวังในตัวของผอบจันทน์ สายตาที่ทำเป็นเหมือนเธอเป็นตัวอันตรายของรุ่นน้องนั้น เล่นเอาผอบจันทน์ถึงกับต้องเลิกคิ้วขึ้นด้วยความแปลกใจ อดคิดไม่ได้ว่าตัวเองอันตรายมามายในสายตาของเด็กสาวคนนี้ขนาดนั้นเชียวเหรอ

ช่างเถอะ ผอบจันทน์คิดก่อนเดินหันหลังนำเข้าไปในห้อง ท่าทีที่แปลกไปของรุ่นพี่อยู่ในสายตาของวิชุดา เป็นสัญญาณบอกชัดว่ารุ่นพี่ของเธอคงกำลังรู้สึกไม่ดีอยู่มากกับการแสดงออกแบบนี้

เธอกำลังดูถูกรุ่นพี่เกินไป วิชุดาเมื่อคิดได้ก็รู้สึกผิดขึ้นมา เธอค่อยเดินตามเข้าไปในห้องด้านหลัง ภายในเป็นห้องกว้างมีภาพแขวนอยู่มากมาย บ้างก็คลุมเอาไว้ ผอบจันทน์เดินนำไปเลื่อนภาพหนึ่งออกมาจากด้านในก่อนเปิดผ้าคลุมออก เป็นภาพของกันยาเปลือยกายเล่นไวโอลิน ผอบจันทน์วาดภาพนี้ไว้เพียงแต่ระดับเกือบถึงสะโพกแต่นั้นก็เพียงพอให้ผู้ชมรู้สึกตะลึงงันในสิ่งที่ได้เห็น ผมหยักศกยาวของกันยาถูกปล่อยลงมาปิดช่วงทรวงอกเอาไว้เหมาะเจาะพอดี สีหน้าคลายอยู่ในความฝัน รอยิ้มประดับงดงาม กับไวโอลินและคันชักที่คล้ายกำลังบรรเลงเพลงอย่างร่าเริงนั้นถึงกับทำให้วิชุดาได้ยินเสียงไวโอลินแว่วออกมาจากภาพวาด

นี่ละต้นเหตุข่าวลือทั้งหลาย ภาพนี้เป็นผลงานที่ชั้นภูมิใจมากนะเพียงแต่ไม่สามารถเอาออกมาแสดงได้เพราะเป็นข้อตกลงกับกันยาก่อนที่จะวาดรูปนี้ออกมา

พี่ผอบจันทน์ขอร้องกันยาให้เป็นแบบวาดรูปนี้ขึ้นมาเหรอคะ

กันยามาขอให้ชั้นวาดให้ ผอบจันทน์ตอบดูเหมือนว่าจะสร้างความแปลกใจให้กับวิชุดาไม่น้อยเพราะเธอนึกถึงเหตุผลในการกระทำของเพื่อนสาวไม่ออกว่ามีเป้าหมายอะไรกันแน่ถึงทำแบบนี้ เด็กคนนี้ท้าให้ชั้นวาดเสียงไวโอลินให้กลายเป็นภาพ ทั้งหมดมันเริ่มมาจากจุดนั้นล่ะ ผอบจันทน์ยิ้มตอบก่อนคลุมผ้าเก็บรูปนั้นไว้ที่เดิม

ภาพที่ชมรมวรสารเอามาติดประกาศบนบอร์ดคือภาพในตอนนั้นสินะคะ วิชุดาถามรุ่นพี่ของเธอ

ใช่ แอบถ่ายผ่านหน้าต่างทางซ้ายมือของเธอเข้ามานั้นละตอนนั้นมันเปิดอยู่ แต่เธอเชื่อเรื่องที่ฉันเล่าด้วยเหรอ ไม่แน่ว่าอาจจะเป็นเรื่องโกหกก็ได้นะ ผอบจันทน์ถามย้อนกลับ

ค่ะ อย่างไรข่าวลือของพี่ผอบจันทน์ก็มากเกินกว่าจะเชื่อใจได้ว่าพี่ไม่ใช่คนเจ้าชู้ วิชุดาตอบ ผอบจันทน์ยิ้มออกมาเหมือนได้พบเจอเรื่องสนุกสนานบางอย่าง

พี่ไม่เคยปฏิเสธว่าเป็นคนเจ้าชู้ ชอบใครพี่ก็จีบแต่ก็ไม่เคยจะบังคับขืนใจใคร

แล้วหนูเป็นเป้าหมายของพี่หรือเปล่าคะ วิชุดาถามตามตรง ผอบจันทน์ยิ้ม

ท่าเธอจะกลัวชั้นมากไม่ใช่เหรอ ช่างเถอะ เดี๋ยวเราย้ายไปเรือนฝรั่งกัน อยากให้เธอได้ชิมชาที่คุณพ่อเก็บตัวอย่างมา แล้วเดี๋ยวจะให้คนขับรถพากลับไปส่งที่บ้าน ผอบจันทน์เดินนำออกจากห้องเก็บภาพ วิชุดารู้สึกหน้าชาเล็กน้อย ที่โดนเมินแบบนั้น แต่ก็พยายามคิดว่าน่าจะเป็นโชคดีไม่ใช่เหรอที่รอดจากเป้าหมายของรุ่นพี่ผอบจันทน์ แต่ความรู้สึกว่างเปล่าที่เกิดขึ้นในหน้าอกก็ทำให้ตัวเธอฉุกคิดได้ว่า บางทีสิ่งที่ตัวเธอต้องการอาจจะไม่ใช่สิ่งที่กำลังเกิดขึ้น....

จบองก์ 7 เรือนไทย

ชื่อ: 
เว็บไซต์: 
คอมเมนต์:




smilebig smileopen-mounthed smileconfused smilesad smileangry smiletonguequestionembarrassedsurprised smilewinkdouble winkcry
#1  by  บอล (124.157.229.63) At 2007-12-27 19:28, 
#2  by   (222.123.218.151) At 2008-04-06 10:27, 

<< Home