ป่าทึบที่มืดมิดมีเพียงแสงสลัวของดวงจันทร์บนฟ้าค่อยฉายแสงนวลตาให้เห็นบริเวณโดยรอบที่ล้อมไปด้วยต้นไม้ใหญ่ขนาดหลายคนโอบ เธอยืนอยู่บนถนนอิฐสีเหลืองสะท้องแสงทอดยาวเข้าไปเป็นทางคดเคี้ยวลึกเข้าไปในความมืด มาริสา ค่อยเดินไปตามทางถนน อย่างมั่นใจตามความรู้สึกของสายใยบางอย่างที่กำลังชักนำเธอไป เมื่อถึงทางออกเธอกลับต้องตะลึงงันเพราะภาพเบื้องหน้าหาใช่วิหารกุหลาบที่เธอรู้จัก แต่กลับมีต้นไม้สูงใหญ่ขนาดลำต้นเกือบเท่าลานวิหารอยู่ด้านล่าง ล้อมรอบไปด้วยแสงสว่างเล็กบ้างใหญ่บ้างส่องแสงพราวตาดูโปร่งใสบินลอยไปมาอย่างเชื่องช้าให้ความรู้สึกแห่งการโอบกอดและไออุ่นที่คุ้นเคย มาริสาเริ่มถามตัวเองว่าตนกำลังอยู่ที่ไหน เมื่อเงยหน้าขึ้นไปบนท้องฟ้ากลับพบพระจันทร์ถึงสามดวง และอาจจะมีมากกว่านั้นเพราะเธอไม่สามารถเห็นฟ้าทั้งหมดโดยรอบ... ณ ตำแหน่งที่เธอยืนอยู่กลับมีเด็กสาวผมสีดอกทานตะวันตัดสั้นนั่งมองต้นไม้ใหญ่ในชุดผ้าคุลมสีขาวอย่างเงียบงัน ในมือมีสมุดจดข้อความค้างอยู่ สีหน้าใช้ความคิดอย่างหนักสักพักเธอก็ลงมือเขียนต่อ ภาษาที่ใช้ออกจะแปลกตาไปบ้างแต่ก็สามารถพูดได้ว่านั้นเป็นลายมือที่งดงาม
ตัวอักษรสวยจัง มาริสากล่าวชมขึ้นมาอย่างไม่ตั้งใจ
มาริสาเหรอนี่ข้าคิดว่าโดนจิ๊งซ์เช่นท่านทอดทิ้งไปแล้วเสียอีกนะ เด็กสาวสีผมดอกทานตะวันกล่าวขึ้นพลางเขียนหนังสือไป
จิ๊งซ์เหรอ มีแต่ฮารินที่เรียกฉันแบบนี้
อ้าวก็ข้าคือฮาริน เด็กสาวกล่าวพลางอมยิ้มออกมา
ฮาริน นี่หรือฉันกำลังอยู่ในความฝัน ก็ในเมื่อเธอเป็นเพียงตัวละครที่... มาริสาตั้งข้อสงสัย เด็กสาวผมสีดอกทานตะวันหันมามองทางเธอ
ข้าเป็นภาพลวงตาสำหรับท่าน ก็เหมือนที่จิ๊งซ์ทั้งหลายชอบคิดนั้นละเลยชอบก่อกวนคนในโลกแห่งนี้จนเกิดความวุ่นวาย ตอนนี้ท่านสามารถมองเห็นร่างข้าอย่างชัดเจนไม่ใช่เหรอ ในขณะที่ข้าเห็นท่านเพียงดวงจิตยังเชื่อเลยว่าท่านมีตัวตนในโลกอื่น ว่าแต่เกิดอะไรขึ้นกับท่านล่ะดวงจิตถึงได้หลุดลอยมาถึงดินแดนแห่ง อีทาเนีย ไม่สิเพราะว่าท่านกับข้าเป็นจิ๊งซ์ซึ่งกันและกันอยู่แล้ว ท่านย่อมสามารถติดต่อข้าโดยตรงไม่ว่าจะอยู่จุดไหน
ที่นี่คืออีนาเนีย? มาริสาได้คำตอบของสถานที่ในปัจจุบันของเธอแล้วก็รู้สึกขำขึนมานี่เธอกำลังติดอยู่ในโลกของเกมคอมพิวเตอร์ รู้สึกว่าที่ฉันจำได้ บ้านเมืองเธอไม่ได้เป็นป่าแบบนี้นะแต่เป็นโรงเรียนที่กว้างใหญ่บนเมืองที่เรียกว่าเพนตาว่าไม่ใช่เหรอ
ใช่ ดีใจที่ท่านยังจดจำเรื่องราวของข้าได้ ข้าออกเดินทางมายังอีทาเนียได้พักหนึ่งแล้วเพื่อเขียนบันทึกเรื่องของเอล์ฟ มีเหตุการณ์มากมายเกิดขึ้นกับข้า เรื่องนั้นทิ้งไว้ก่อนเถอะข้าเป็นห่วงตัวท่านมากกว่า ดวงจิตของท่านมาแบบนี้ไม่เป็นไรแน่หรือ ข้าไม่เคยได้ยินบันทึกเรื่องของจิ๊งซ์ที่สามารถเดินทางมาถึงที่นี่ได้เลยนะ
ฉันเป็นไรเหรอ... ก่อนหน้านี้...จริงสิ หรือว่าบางทีฉันคงตายไปแล้ว มาริสาหวนกลับไปนึกถึงเรื่องราวที่เกิดขึ้น หากนี่ไม่ใช่ความฝันสิ่งที่กำลังจะเกิดขึ้นกับเธอก็คิดได้อย่างเดียวว่าคือความตาย ความเจ็บปวดเมื่อโดนแถบผ้าสีดำมัดพันร่างไว้หวนกลับมา เนื้อตัวกระดูดโดนบิดทำลายแทบป่น ลำคอก็โดนมัดแน่นไม่มีโอกาสแม้จะส่งเสียงร้อง อึดอัดและไม่สามารถหายใจได้ก่อนที่จะรู้สึกว่าตัวเองเดินทางมาแสนไกลและหยุดลงบนถนนอิฐสีเหลือง
ตามไปที่พักของข้าสิ มีภาชนะสำหรับบรรจุวิญญาณอยู่ บางที่ดวงวิญญาณของท่านน่าจะยังไม่ถึงเวลาแตกสลาย ข้าน่าจะพอหาคนช่วยเหลือเกี่ยวกับเรื่องนี้ได้ ฮารินกล่าว ดวงตากลมโตของเด็กสาวซึ่งมีผมสีดอกทานตะวันคล้ายจะวิงวอนให้เธอทำตาม มาริสากลับไม่แน่ใจนักในเรื่องนั้น เธอหวนคิดไปถึงร่างของตนที่นอนสลบนิ่งอยู่บนพื้นวิหารกุหลาบด้านข้างนั้นกลับมีกันยารุ่นพี่ผมหยักศกคนสวยพยายามตะโกนร้องเรียกเธออยู่ ในทันที...ดวงวิญญาณของมาริสาก็ลับหายไปคล้ายกับว่าพุ่งผ่านไปบนฟากฟ้า ฮารินยื่นนิ่งอยู่พักใหญ่ในใจขอพรให้เกิดสิ่งทีดีขึ้น ก่อนหันหลังให้ต้นไม้ใหญ่เริ่มก้าวเท้าออกไปพลางเก็บหนังสือและปากกาในเสื้อคลุม ห่อตัวมืดชิดและจางหายตัวไปจากที่ตรงนั้นคล้ายเป็นเพียงวิญญาณ
มาริสาได้สติอีกครั้งคล้ายได้ยินเสียงของกันยาเรียกหา เธอได้แต่เพียงลืมตาและสิ้นสติไปอีกครั้ง รู้สึกเพียงแต่ว่าแม้แต่หายใจยังทำได้ยากลำบาก...
เวลาจากช่วงเที่ยงเดินผ่านมาจนถึงค่ำ กว่าเจ็ดชั่วโมงที่มาริสาสิ้นสติอยู่จึงค่อยลืมตาตื่นขึ้นในห้องของโรงพยาบาล สายน้ำเกลือจิ้มแขนอยู่ดูน่าหวาดเสียจนต้องถามตัวเองว่า ร่างกายบุบสลายไปในจุดไหนบ้าง ไม่กี่อึดใจพยาบาลก็ตามเข้ามาในห้อง ร่างกายถูกตรวจอย่างละเอียด ก่อนหมอหนุ่มจะสรุปว่าเธออ่อนเพลียและขาดสารอาหารอย่างเฉียบพลัน
ก็ไม่น่าเป็นห่วงอะไรถ้าให้สารอาหารทันก็ไม่มีปัญหา เพียงแต่ถ้าช่วยเหลือไม่ทันอาจจะช๊อคและตายได้ นั้นคือคำเตือนจากหมอ
น้องสาวของมาริสาเมื่อรู้เรื่องของพี่สาวก็รีบตามมาที่โรงพยาบาลพบว่าพี่ของตนได้สติแล้วก็รีบติดต่อไปหาคุณแม่ของพวกเธอผ่านโทรศัพท์มือถือ ยืนรอพี่สาวอย่างเป็นห่วงอยู่ด้านนอกห้องผู้ป่วย เครื่องแบบโรงเรียนเอกชน เน็กไทด์สั้นสีแดงชุดเสื้อนอกแขนยาวเอวลอยสีน้ำเงินเข้มดูเด่นสะดุดตาก่อนตราประจำโรงเรียนบนอกเสื้อ ซึ่งเป็นสิ่งบ่งบอกฐานะของผู้สวมใส่ ที่น่าหนักใจสำหรับพี่สาวซึ่งเดินออกมาจากห้องพบเห็นคงเป็นเรื่องกระโปรงสีน้ำเงินเข้มนั้นดูจะสั้นจนจะยืนจะเดินก็ต้องระวังไปหมดเห็นแล้วอดเขินแทนไม่ได้
พีเมย์ตกลงหมอว่ายังไงคะ คุณแม่ตกใจมากนะคะเห็นว่าขึ้นรถไฟกลับมาแล้ว น้องสาววัยใสพูดเสียงสั่น
ไม่เป็นอะไร ก็เหมือนกับเป็นลมแดดนั้นละ จริงสิวันนี้ไม่มีใครอยู่บ้านสินะกว่าจะติดต่อกันไปถึงคุณแม่ได้คงยากน่าดู
ไม่เป็นไรจริงเหรอคะ น้องสาวของมาริสาถามเพื่อความมั่นใจ
หน้าพี่เหมือนคนเป็นอะไรมากหรือเปล่าล่ะ มาริสาตอบด้วยน้ำเสียงคล้ายจะบอกว่าไม่มีอะไรต้องเป็นห่วง แต่สีหน้าของน้องสาวดูไม่วางใจนัก เอาล่ะจิ๊ดจ๋า พี่หิวจะแย่แล้ว ถึงหมอจะบอกว่าพี่สูบน้ำเกลือไปหลายถุงแล้วก็เถอะ แวะตลาดหน่อยแล้วกันพี่อยากจะได้กับข้าวมาทำเพิ่มเสียหน่อย แล้วนี่ต้องโทรหาคุณแม่อีกสินะ
หนูโทรไปแล้วค่ะว่าพี่ท่าทางสบายดี แม่จะได้เลิกเป็นห่วง
ก็ต้องโทรไปบอกอีกนั้นละ บางทีตอนนี้อาจจะยังไม่ขึ้นรถไฟมา เดินทางไกลไม่ใช่เรื่องสนุกเลย มาริสาพูดพลางกดโทรศัพท์มือถือ
พี่เมย์...ตกลงเค้ายังไม่ให้เข็มตราโรงเรียนพี่มาติดเหรอคะวันนี้ น้องสาวของเธอถามขึ้นเมื่อเห็นอกซ้ายบนชุดนักเรียนของพี่สาวยังว่างเปล่า มาริสาเพียงพยักหน้า เมื่อพูดถึงตรงนี้แล้วสีหน้าก็เกิดความไม่สบายใจขึ้นมา...
มาริสานั่งอยู่หน้าเครื่องคอมพิวเตอร์ของเธอพลางใช้ความคิดเพื่อตั้งรับสิ่งที่จะเกิดขึ้น แต่สุดท้ายก็รู้สึกว่าคิดมากไปนั้นไร้สาระ โปรแกรมมาเนียน่าถูกเปิดขึ้นมาปรากฏหน้าจอล๊อกอินพร้อมระบุทะเบียนผู้เล่นและรหัสผ่าน แล้วใช้มือทาบเหนือหน้าจออ่านลายนิ้วมือเป็นขั้นตอนสุดท้าย มาเนียน่าคือเกมที่ให้ผู้เล่นรับบทเป็น จิ๊งซ์ หากจะยกตัวอย่างที่เห็นภาพชัดเจนก็น่าจะเรียกว่าพรายกระซิบ โดยผู้เล่นหนึ่งคนสามารถเป็นจิ๊งซ์ของใครก็ได้ในโลกของมาเนียน่าได้หนึ่งคน จนกว่าตัวละครตัวนั้นจะตายลงไป จึงสามารถเปลี่ยนคนอื่นได้ สิ่งที่ระบบของเกมนี้ทำคือ การประมวลเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นในโลกของมาเนียน่า แล้วผู้เล่นจะเป็นคนตั้งเงื่อนไขในการเล่าเรื่องราวทั้งหมดออกมาเป็นตัวหนังสือ
มาริสาเลือกใช้ คำว่าฮารินเป็นตัวกำหนดเรื่องราวและเพิ่มเติมรายละเอียดของช่วงเวลาสามเดือนที่เธอไม่ได้เข้าเกมซ้อนทับลงไปอีก เกมจะสร้างลำดับในแต่ละวัน รายละเอียดและเหตุการณ์ที่เกิดขึ้นเป็นตัวหนังสือขึ้นมาเต็มหน้าจอ มาริสาคิดว่าเธอไม่มีเวลาอ่านเรื่องที่เกิดขึ้นมากมายขนาดนั้นจึงเลือกแบบย่อความ จะเหลือเนื้อหาหลักที่ ฮารินเป็นคนทำในช่วงเวลาที่กำหนดไว้
สำหรับมาริสา ฮาริน เป็นตัวละครที่คุยสนุก เธอเป็นนักศึกษาอายุน้อยในมหาวิหารแห่งเพนตาว่า ถ้าเทียบกับโลกของเราก็คงเป็นมหาวิทยาลัยชั้นนำอันดับหนึ่ง เธอสนใจเรื่องของจิ๊งซ์จึงรักชอบจะคุยกับมาริสา ผิดกับผู้เล่นอื่นที่ตัวละครมักจะไม่ยอมพูดคุยตอบโต้นอกจากจะทำให้ตัวละครไว้ใจได้สำเร็จเท่านั้นถึงจะยอมพูดคุยด้วย วิถีชีวิตของเด็กสาวคนนี้เป็นแบบนางเอกผู้รักการผจญภัย แม้ตัวจะเล็กและมีปมด้อยเรื่องสีผมที่แปลกประหลาดแต่ก็เป็นที่นิยมชมชอบของผู้ชายจนกลายเป็นคนดังด้วยนิสัยที่มากด้วยน้ำใจ ก็เลยทำให้กลายเป็นที่หมั่นใส้ของเพื่อนผู้หญิงร่วมชั้นปีจนโดนแกล้งอยู่บ่อยครั้ง มาริสาคิดถึงตรงนี้ยังนึกขำว่าตัวเองคล้ายกับที่ระบายอารมณ์ของระบบเอไอที่คุยโต้ตอบเธออย่างไม่วางมือ เรื่องของฮารินจึงทำให้มาริสานั่งอยู่หน้าคอมได้เป็นวัน ยิ่งช่วงที่ฮารินเจอปัญหาด้วยแล้ว มาริสาเองก็ต้องค่อยไล่อ่านเรื่องราวที่เกิดขึ้นรอบตัวเธอ เพื่อบอกทางแก้ไขให้กับเด็กสาวตัวเล็กผ่านตัวหนังสือหน้าจอคอมพิวเตอร์ แต่เรื่องที่เกิดขึ้นในวันนี้ออกจะห่างไกลจากความเป็นจริงที่เธอคิดว่าเป็นหลายอย่าง เธอยังหวั่นใจว่าจะอ่านเรื่องราวที่เกิดขึ้นด้วยความรู้สึกแบบไหน หากฮารินเดินทางไปอีทาเนียจริง...
แล้วเธอต้องทำอย่างไร
มหาวิหารแห่งเพนตาว่าสั่งดำเนินการยกกำลังคนไป ตี ผนึกเจ้าหญิงแห่งรัตติการ ริริส นอสเทอเรียรุส ที่วิหารชมจันทร์ทางเหนือสุดของเพนตาว่า เพื่อ เธอ จะไม่มีพลังพอจะสร้างความเดือดร้อนให้ใครในมาเนียน่า เรื่องนี่เป็นสิ่งที่กระทำกันทุกสามปี กองกำลังมนุษย์ เอล์ฟ และดวอฟ ร่วมขบวนเดินทาง ฮารินได้รับเลือกเดินทางในฐานะ นักศึกษาที่รอบรู้เรื่องราวมากมาย
มาริสาอ่านเพียงย่อหน้าแรกก็ฉุดคิด ชื่อของเจ้าหญิงแห่งรัตติการที่เขียนนี้น่าจะตรงกับตอนที่รุ่นพี่วิชุดาพูดออกมาที่ลานกว้างของวิหารกุหลาบ พลังเวทย์ คำสาปเจ้าหญิงแห่งรัตติกาล ริริส นอสเทอเรียรุส มาริสาอดรู้สึกใจเต้นแรงขึ้นมาไม่ได้เมื่อคิดถึงตรงนี้
หลังการเดินทางเจ็ดวันจากเพนตาว่าด้วยรถม้าและเกวียนลากโดยกระทิงก็พาทุกคนมาถึงหอคอยชมจันทร์ เจ้าหญิงแห่งรัตติกาล นั่งสงบบนบัลลังก์ ณ ชั้นสูงสุดของหอคอยนี้พร้อมข้ารับใช้สิบตน อาจารย์แห่งคณะเวทมนตร์ทำการสะกดพลังของเจ้าหญิงแห่งรัตติกาลเอาไว้ โดยการตีตราปิดประทับอีกครั้ง แต่กลับเป็นการทำลายผนึกอันเก่าทิ้ง ทำให้เจ้าหญิงแห่งรัตติกาลได้พลังกลับคืนมา นักรบทั้งสามเผ่าร่วมเกือบสามสิบชีวิตรวมพลังเข้าสู้กับข้ารับใช้ของเจ้าหญิงแห่งรัตติกาล หัวหน้ากลุ่มเดินทางอาจารย์แห่งคณะเวทมนตร์เข้าต่อต้านอำนาจแห่งความมืด แต่ไม่สามารถต้านยันพลังได้ทั้งหมด คำสาปของเจ้าหญิงแห่งรัตติกาลเข้าไปกัดกินแสงสว่างในร่างกาย ก่อนที่นางจะระเบิดความมืดเพื่อปลิดชีพทุกคนในทีนั้น กลับถูกวงกลมเวทมนตร์อันเชิญสลายร่างหายไปก่อน ถึงแม้ว่าในตอนนั้นจะยังไม่มีผู้เสียชีวิต แต่ต่อมา ความมืดก็กัดกินจิตใจของผู้คนในคณะเดินทางคนที่บาดเจ็บหนักก็ถึงกับเสียชีวิต ส่วนคนที่ยังมีชีวิตอยู่ก็อยู่ในสภาพโดนคำสาป ไม่สามารถควบคุมตัวเองได้ จำต้องจับขังแยกห้องไว้ เหลือเพียงส่วนน้อยที่ไม่ต้องคำสาปก็เพียงนักเดินทางที่อยู่แถวหลังของการต่อสู้ ฮารินเป็นหนึ่งในนั้น
ฮารินทุ่มศึกษาข้อมูลทุกอย่างเพื่อทำลายความมืดซึ่งเป็นอารยะธรรมที่โดนต่อต้าน เอกสารทั้งหลายเกี่ยวกับการค้นคว้าจึงโดนทำลายไปตั้งแต่การรวบรวมความรู้เข้าสู่มหาวิหารแห่งเพนตาว่า การเดินทางไปยังโลกเก่าซึ่งเป็นต้นกำเนิดแห่งเอล์ฟจึงเป็นทางเลือกเดียวเพื่อจะได้มาซึ่งวิชาการเกี่ยวกับความมืด เด็กสาวทิ้งฐานะของตนหันหลังให้กับมหาวิหารแห่งเพนตาว่า ออกเดินทางสู่อีทาเนียต้นไม้แห่งโลก โดยมีผู้ใช้เวทย์สาวนามซาร่าติดตามไปด้วยกับเธอ โดยมีจุประสงค์เพื่อศึกษาธาตุความมืด การเดินทางของทั้งคู่...
มาริสาหยุดพัดสายตาเล็กน้อย ก่อนเลื่อนลงมาอ่านด้านล่างข้ามเนื้อหาการเดินทางหาจนกระทั้งถึงช่วงการเดินทางสู่ชายป่าอิทาเนียจึงได้หยุดอ่านอย่างละเอียดและเธอก็ได้พบสิ่งที่เธอกำลังหา
แสงสว่างที่คุ้นเคยปรากฏขึ้นที่ข้างกายของฮารินขณะที่กำลังจดบันทึกการเดินทาง นั้นเป็นการพบกันอย่างไม่คาดฝันกับจิ๊งซ์ของเธอ แต่ดูท่าว่าจะมีปัญหาเสียมากกว่าเพราะดูเหมือนว่าจิ๊งซ์ของเธอกำลังเต็มไปด้วยความสับสนไม่มั่นคงในฐานะของตัวเองว่าตายแล้วหรือมีชีวิตอยู่ ฮารินตั้งใจจะช่วยเหลือดวงวิญญาณจิ๊งซ์ประจำตัวเธอโดยการเก็บวิญญาณรักษาไว้กับร่างของเอล์ฟที่ยังไม่ปริออกจากขั้วของอีทาเนีย แต่ไม่ทันจะกล่าวอะไรดวงวิญญาณของจิ๊งซ์ก็หายลับไป ฮารินไม่มีเวลามากสำหรับการหยุดพัก หนังสือในหอสมุดแห่งอีทาเนียยังรอให้เธอค้นคว้าอีกมาก และปัญหาความขัดแย้งของมนุษย์รอบป่าแห่งนี้ก็เป็นอีกปัญหาหนึ่งซึ่งทำให้ ฮารินอยากจะแยกร่างออกเป็นสามสี่ร่างเพื่อหาทางออกทีดีที่สุดสำหรับทุกปัญหา
จบเรื่องราวที่เกิดขึ้นทั้งหมด หากมีเหตุการณ์อะไรเพิ่มเติมระบบจะเพิ่มข้อความขึ้นมาเป็นระยะ มาริสาตัดสินใจอยู่พักใหญ่ จึงเคาะคียบอร์ดพิมพ์ข้อความพูดคุยกับฮาริน
นี่มาริสานะ ฉันไม่เป็นอะไรแล้ว
ข้าก็หวังว่าท่านคงกลับไปสู่ร่างของตัวเองไม่เช่นนั้นวิญญาณคงแตกสลายไปแล้ว
ว่าแต่ตอนนี้ดูเหมือนเธอกำลังลำบากอยู่ให้ฉันช่วยอะไรไหม มาริสาพิมพ์ถาม
ข้ากำลังหาหนังสือที่มีข้อมูลเกี่ยวกับความมืด
ได้ เดี๋ยวฉันจะหาให้ มาริสาตอบรับก่อนให้ระบบแสดงสภาพรอบตัวฮารินออกมา ระบบแสดงออกเป็นตัวหนังสือยาวจนเหมือนจะไม่สิ้นสุด มาริสาจึงแยกแยะโดยใช้ระบบค้นหา
เธอใช้ชุดคำ ความมืด แหล่งกำเนิด คำสาป แก้คำสาป การใช้ประโยชน์ ข้อความกระจัดกระจายมากมายในหน้าจอครั้งแรกหายไปเหลือเพียงบรรทัดเดียว
หนังสืออยู่ชั้นใต้ดินสุดของหอสมุด
ชั้นใต้ดินเหรอ แล้วพอหาทางลงได้ไหม ฮารินถามกลับมา มาริสาจึงเริ่มทำการค้นหาอีกครั้งโดยใช้คำว่า ประตู ชั้นใต้ดิน หอสมุด ระบบแจ้งว่าไม่พบข้อมูล จึงเปลี่ยนเป็น ทางเข้า หอสมุด ชั้นใต้ดิน ระบบก็ยังคงแจ้งไม่พบข้อมูลเช่นเดิม มาริสาตั้งสติใหม่นั่งอ่านสภาพแวดล้อมของห้องสมุดอีกครั้งใช้เวลาอยู่นานในการสร้างภาพขึ้นมาในสมอง ห้องใต้ดินที่ว่าคือห้องสี่เหลี่ยมขนาดเล็กที่ไม่มีทางเข้าทางออกในขณะที่ด้านบน มันคือหอคอยสูงหลายสิบชั้นก่อด้วยอิฐโดยมีใจกลางของหอคอยเป็นต้นไม้ขนาดใหญ่ ตีพื้นแบ่งชั้นโดยใช้กิ่งก้านของต้นไม้ตามความเหมาะสม ตู้หนังสือตั้งวางอย่างเป็นระเบียบ พร้อมโต๊ะตั้งอ่านที่จัดเป็นสัดส่วน แสงสว่างในหอคอยได้จากไม้ส่องแสงซึ่งเป็นแกนกลางของหอคอย และตะเกียงน้ำมัน มีบางอย่างที่คุ้นเคยกับตัวมาริสาอย่างบอกไม่ถูกจนต้องฉุดคิด เธอค้นหาประวัติของหอคอยนี้อย่างเร่งด่วน กลับไม่มีการบันทึกไว้ มาริสาคิดว่าไม่แน่อาจจะมีบันทึกอยู่ที่อื่น แต่ถ้าเธอกำหนดขอบเขตที่กว้างเกินไป ความซ้ำซ้อนของข้อมูลก็แสดงออกมามากมาย จนไม่รู้ว่าจะเลือกเชื่อข้อมูลไหนดี
ฮาริน พอรู้ไหมว่าหอคอยนี้สร้างขึ้นมายังไง มาริสาเคาะคียบอร์ดถามเพื่อนต่างโลก
คนดูแลหอคอยบอกว่าสร้างโดยจักรพรรดินีแห่งความมืด รูปของเธอก็ติดอยู่ชั้นแรกของหอคอยนะ เป็นเอล์ฟที่สวยมากทีเดียว ท่าทางก็ไม่ได้ชั่วร้ายอะไร ข้าออกจะแปลกใจด้วยซ้ำว่าทำไมคนที่ดูใจดีแบบนั้นถึงได้กำเนิดพลังเวทย์ชั่วร้ายนี้ขึ้นมา
ลองขอเธอลงไปข้างล่างได้ไหม หรือลองขอให้เธอสอนวิชาเกี่ยวกับความมืดให้ก็ได้ มาริสากล่าวตามความรู้สึก
ท่านได้ข้อมูลมาจากไหนน่ะมาริสา ฮารินถามอย่างไม่เชื่อใจ
ฉันรู้สึกแบบนั้น
พวกเอล์ฟไม่ค่อยจะยอมหลับนอน ถึงนี่จะเช้าตรู่แต่พวกนักศึกษาก็อยู่เต็มหอหนังสือแห่งนี้ เกรงว่าทำแบบนั้นจะทำให้ชื่อเสียงของมนุษย์ในสายตาของเอล์ฟตกต่ำลงยิ่งขึ้นเสียมากกว่า
ก็ข้ารู้สึกแบบนั้นนี่ มาริสาพยายามพิมพ์ย้ำ
เอาล่ะแบบนั้นข้าจะลองหาในหนังสือพวกนี้ก่อนแล้วกัน หมดสิ้นหนทางแล้วข้าจะลองวิธีของท่าน ก็พอสร้างพื้นฐานเกี่ยวกับเรื่องของความมืดให้ข้าได้ไม่น้อย
ลองตอนนี้เลยไมได้เหรอฮาริน ถ้าไม่สำเร็จฉันจะได้ลองหาทางช่วยเหลือดู
ข้าอยากได้ช่วงเวลาที่ปลอดผู้คนกว่านี้ ฮารินตอบ มาริสาคงต้องจำยอม
เอาล่ะงั้นฉันไปนอนแล้วก็ได้ เออ จริงสิ รู้สึกว่าเจ้าหญิงแห่งรัตติกาลที่ทำร้ายพวกเธอจะมาในโลกของฉันแล้วนะ เธอพอจะรู้ไหมว่าอะไรเกิดขึ้นทำให้นางมาอยู่ในโลกของฉันได้
เช่นนั้น... เดี๋ยวก่อนท่านพูดอย่างกับว่าเคยเจอนางมาแล้ว
นางใช้ร่างของคนอื่นติดต่อ แต่มั่นใจได้ว่าที่ฉันเกือบตายก็เพราะเจ้าหญิงแห่งรัตติกาลนี่ละ
เช่นนั้น เล่าเรื่องของท่านให้ข้าฟังเถอะข้าจะได้วิเคราะห์เรื่องทั้งหมดถ้ามีองค์ประกอบพอเพียง
เล่าแล้วเธอจะรู้เรื่องเหรอนี่ เรื่องของโรงเรียน เรื่องในโลกนี่ไม่น่าจะเป็นสิ่งที่เธอจิตนาการได้เลยนะ มาริสานึกขำทั้งที่อีกฝ่ายนั้นแสดงความจริงจังผ่านตัวหนังสือบนหน้าจอ
จะอย่างไรก็กรุณาเล่าเถอะ เรื่องนี้เกี่ยวของกับข้าและกับท่านไม่ใช่หรือ ...
จบองก์ 5 อีทาเนีย