เมื่อมาริสาเปิดประตูเข้าภายในเรือนดอกมะลิก็พบว่ากระเป๋าสองใบที่ยกเข้ามาก่อนหน้านี้ถูกนับมาจัดเรียงอยู่บนพื้นไม้ กันยานำกระเป๋าที่ถือมาเรียงต่อไว้ตามมาด้วยมาริสา เมื่อกวาดตาไปรอบห้องก็สะดุดเข้ากับ หญิงสาวรุ่นพี่คนหนึ่งซึ่งนั่งอยู่บนชุดโต๊ะน้ำชาเบื้องหน้า เธอกำลังอ่านหนังสือเล่มใหญ่ ขนาดของหนังสือนั้นดูจะหนักและเทอะทะเกินกว่าจะเอามาวางไว้บนตัก หรือตั้งบนโต๊ะน้ำชาที่ดูจะไม่แข็งแรงพอได้ จำต้องมีโต๊ะสูงระดับพอเหมาะที่สามารถอ่านและเขียนโดยสะดวกอีกตัวหนึ่งรองรับไว้ แต่ที่น่าสนใจคือการออกแบบและรวดลายของโต๊ะตัวนี้จัดมาเข้ากับชุดน้ำชาตัวเล็กที่ตั้งอยู่อย่างลงตัวเหมือนเป็นส่วนเดียวกันทั้งที่ในโลกนี้คงไม่มีอะไรอย่างชุดโต๊ะน้ำชาที่ทำขึ้นพร้อมกับโต๊ะอ่านหนังสือ
มีอะไรเกิดขึ้นเหรอคะพี่ผอบจันทน์ถึงขนาดต้องให้พวกหนูเข้ามาช่วยงาน ทั้งที่คนของคณะกรรมการนักเรียนเองก็มากันจนครบหมดแล้ว กันยากล่าวขึ้นมาน้ำเสียงบ่งบอกถึงความไม่พอใจ
เธอไม่พอใจที่ชั้นสั่งให้ทำเหรอกันยา หญิงสาวผู้นั่งอยู่บนโต๊ะน้ำชากล่าวก่อนเงยหน้าขึ้นเพื่อรอคำตอบ
ไม่พอใจ... ไม่ได้ค่ะ คำสั่งของรุ่นพี่ น้องทุกคนต้องทำตาม กันยาสงบท่าทีลง แต่พี่ผอบจันทน์คะอย่างไรหนูก็คงไม่เข้ามาเป็นคณะกรรมการนักเรียน
ชั้นรู้ เธอทั้งสามคนเป็นเด็กของรุ่นพี่นันธิดา เรื่องให้เข้ามาทำงานเป็นคณะกรรมการนักเรียนน่ะคงไม่ง่ายนัก แต่เธอใจเย็นนิดกันยา เหตุผลที่ชั้นให้เธอไปเอาเข็มกลัดมา เหตุผลที่ชั้นให้คนของคณะกรรมการนักเรียนไปคุมพวกรุ่นน้องจนไม่เหลือใคร และเหตุผลที่ชั้นต้องมานั่งอ่านบันทึกย้อนหลังของประธานนักเรียนตั้งแต่เจ็ดสิบปีที่แล้ว จะค่อยพูดให้เธอฟัง แต่เด็กที่มากับเธอใครเหรอกันยา? ผอบจันทน์หมายถึงมาริสา เด็กสาวรีบยกมือไหวผอบจันทน์พร้อมกล่าวคำทักทาย
สวัสดีค่ะหนูมาริสา เด็กสาวแนะนำตัวเอง
หน้าตาเหมือนเด็กเข้าใหม่ ผอบจันทน์ตั้งข้อสงสัย
ค่ะ เด็กสาวตอบรับ
มีความสัมพันธ์ยังไงกับกันยาน่ะ ผอบจันทน์ถามต่อ มาริสาลังเลไม่รู้จะเริ่มอธิบายอย่างไร เพราะเธอก็แค่ช่วยเข็นรถเข้ามาถึงที่นี่เท่านั้น
มาริสาเป็นเด็กของหนูเองล่ะค่ะ กันยากล่าว ผอบจันทน์ถึงกับถอดแว่นแล้วลุกขึ้นมาดูมาริสาให้ถนัดตา ส่วนวิชุดาและชัยพฤกษ์ หันไปมองเพื่อนสาวสีหน้าเหมือนไม่เชื่อเรื่องที่ได้ฟัง มาริสาเองก็ตกใจในท่าทีของทุกคนที่จ้องมาทางเธอเหมือนพยายามตีราคาสินค้า
ชั้นคิดว่ารสนิยมของเธอจะเป็นเด็กสาวที่ท่าทางดูคุณหนูและอ่อนหวานกว่านี้เสียอีก ผอบจันทน์พูดตามที่คิด ทำไมคนระดับเธอถึงได้เลือกคนที่จะมาเป็นโซลเมทของตัวเองได้ดูชาวบ้านขนาดนี้กันยา? ความสงสัยทำให้เธอต้องเอ่ยคำถามนี้ออกมา มาริสาเหมือนโดนตำหนิ แต่นั่นก็ไม่ได้กล่าวเกินจริง เธอก็รู้สึกว่าตัวเองเหมือนช่อดอกเข็มที่ปักลงไปในแจกันดอกคาเนชั่น แม้จะเทียบกับชัยพฤกษ์ ถึงรุ่นพี่คนนี้จะตัดผมสั้นและแสดงออกเหมือนทอมบอยแต่การยืนการเดินก็สงบนิ่งดูพึ่งพาได้ ผิดกับตัวเธอที่ดูขัดเขินยุ๊กยิกวางตัวไม่ถูกกับสถานที่ กันยายิ้มที่มุมปากขึ้นมาก่อนส่ายศีรษะกับตัวเองกับคำวิจารณ์ทั้งหลายทั้งทางคำพูดและสายตาของเพื่อนและรุ่นพี่
หนูว่าพี่คงจะไม่มีเวลาว่างขนาดมาสนใจเรื่องนี้หรอกนะคะ พี่ผอบจันทน์น่าจะกำลังยุ่งอยู่ไม่ใช่เหรอคะ สิ่งที่กันยาพูดทำเอาผอบจันทน์แสดงท่าทางหัวเสียไม่น้อย ก่อนกลับไปนั่งที่โต๊ะน้ำชาตามเดิม กันยาส่งสายตาไปทางเพื่อนสาวทั้งสองคนที่ยืนหลบอยู่ด้านข้างหมายต้องการคำอธิบายว่าเกิดเรื่องอะไรขึ้น ชัยพฤกษ์ชี้มือเป็นสัญญาณให้ไปด้านนอกของเรือนไม้ชั้นเดียวแห่งนี้ ผอบจันทน์สังเกตเห็นก็คิดว่าเรื่องนี่ควรจะพูดกันอย่างเปิดเผยจะดีกว่า
เช้าวันนี้มีจดหมายประทับหมึกแดง ด่วนมาก ลับมาก มาจากสภานักเรียน ผอบจันทน์ขยับตัวเล็กน้อยพร้อมปรับน้ำเสียงให้จริงจังกว่าที่เคยเป็น สายตายังจับอยู่บนหนังสือเล่มใหญ่อย่างไม่วางตา ในจดหมายบอกให้เราทำลายเข็มที่จะเข้าพิธีวันนี้ทิ้งทั้งหมดเพราะมีการปลอมปนและปนเปื้อน ดังนั้นชั้นจึงให้ ชัยพฤกษ์ โทรไปขอความช่วยเหลือจากสภานักเรียนให้ส่งคนมาแก้ปัญหาที่เกิดขึ้น ตอนแรกก็ทำท่าว่าจะได้รับความร่วมมือเป็นอย่างดี แต่ในที่สุดคนที่จะมาแก้ปัญหาให้พวกเราเกิดอุบัติเหตุถูกส่งเข้าห้องฉุกเฉินไป แล้ว... ผอบจันทน์เงียบลงไปเธอขยับแว่นตาเล็กน้อย พลางยกมือขึ้นข้างหนึ่งเหมือนกำลังส่งสัญญาณให้ผู้ฟังหยุดรอฟังนิดหนึ่ง ท่าทีของประธานนักเรียนคนสวยดูเหมือนจะพบสิ่งที่ตัวเองค้นหา
ชัยพฤกษ์เธอเล่าแทนพี่ที ผอบจันทน์ออกคำสั่ง พลางลุกเดินหยิบกระดาษปากกาจากส่วนของโต๊ะทำงานด้านในที่เดินลึกเข้าไปอย่างรีบร้อน กันยาส่งสายตาพยักหน้าให้ชัยพฤกษ์เพื่อบอกว่าพร้อมที่จะฟัง แต่เพื่อนของเธอกลับทำท่าทีเหมือนยุ่งยากใจไม่รู้จะลำดับเรื่องราวต่อจากที่ผอบจันทน์เกริ่นนำมาอย่างไร สุดท้ายก็ได้แต่นิ่งเงียบยิ่งทำให้กันยารู้สึกสงสัยในเรื่องที่เพื่อนของเธอพยายามจะปิดบัง จนกระทั้งประธานนักเรียนคนสวยเดินกลับมานั่งลงจดบางสิ่งจากจากสมุดบันทึกเล่มโตลงกระดาษพลางระบายลมหายใจออกมาเล็กน้อยก่อนเล่าเรื่องราวที่เกิดขึ้นให้ฟังต่อ หลังจากแน่ใจในท่าทีของชัยพฤกษ์ว่าลำบากใจที่จะพูดถึงเรื่องที่เกิดขึ้น
พี่พอจะสรุปได้ว่า ดูท่าทางสภานักเรียนต้องการให้เราทำลายเข็มทั้งหมด แต่ปัญหาคือเราทำแบบนั้นไม่ได้ ...ถ้าไม่ถึงที่สุดแล้วล่ะนะ ทางเดียวทีคิดออกคือค้นบันทึกของประธานนักเรียนรุ่นเก่าในช่วงที่มีเรื่องราวไม่ปรกติเกิดขึ้นกับโรงเรียน... ผอบจันทน์หยุดเงยหน้าขึ้นมองกันยาที่ยังทำหน้าเหมือนไม่เข้าใจเพื่อเปิดโอกาสให้เธอพูดบ้าง
ปนเปื้อน... ถ้าเป็นสารอันตรายหนูว่าควรส่งให้เป็นภาระของคนที่มีหน้าที่จัดการเถอะค่ะ กันยาเสนอแนะ
ปนเปื้อนความมืดจ๊ะ ผอบจันทน์ตอบสีหน้ามั่นคง กันยาไม่แน่ใจในสิ่งที่ได้ยินนัก ผอบจันทน์รีบอธิบายต่อ ถ้าได้ศึกษาประวัติโรงเรียนเราจะรู้ว่ามีอยู่ช่วงหนึ่งที่รุ่นพี่เราต้องต่อสู้กับความมืด แล้วหลังจากนั้นจึงเข้าสู่ยุคสว่าง ประธานนักเรียนรุ่นต่อมาก็เห็นควรว่าเราจะฝังทำลายเรื่องราวที่เกิดขึ้นในสมัยนั้นทิ้ง เหลือเพียงบันทึกของประธานนักเรียนเล่มนี้เท่านั้นที่ยังไม่โดนทำลาย กันยายืนนิ่ง หันไปมองหน้าเพื่อนอีกสองคนหลังฟังคำอธิบาย ชัยพฤกษ์พยักหน้ายืนยันในขณะที่ วิชุดาเหมือนจะสงสัยไม่แพ้กันกับคำพูดของประธานนักเรียน
รุ่นพี่นันธิดาไม่เคยพูดเรื่องของโลกอีกด้านหนึ่งให้เธอฟังเลยเหรอ
ไม่นะคะ... พี่ผอบจันทน์อธิบายให้หนูฟังคงจะสะดวกกว่าค่ะ กันยาตอบตามตรง ผอบจันทน์ยังไม่เชื่อในทันที
ปฏิภพ รู้สึกพวกสภานักเรียนจะใช้คำนี้ รุ่นพี่นันธิดาไม่เคยพูดอะไรถึงบ้างเลยเหรอ
ไม่เคยนะคะ แม้แต่คำนี้จากที่อื่นหนูก็ไม่เคยได้ยิน กันยาตอบ ผอบจันทน์ถึงกับไหล่ตก ก่อนหันหน้าไปทาง ชัยพฤกษ์ชั่งน้ำหนักหลายอย่างในจิตใจ แต่สุดท้ายก็ถอนหายใจออกมาอย่างเหนื่อยอ่อน
ชั้นคงพลาดแน่ที่นำพวกเธอเข้ามายุ่งกับเรื่องนี้เพราะเห็นว่าเป็นเด็กของพี่นันธิดา เอาเถอะพวกเธอแยกย้ายกันไปแล้วกัน
พี่ผอบจันทน์ต้องการให้หนูช่วยอะไรหรือเปล่า? คิดจะให้มาก็มา คิดจะให้ไปก็ไป การออกคำสั่งกลับไปกลับมาแบบนี้ดูไม่เหมือนพี่ผอบจันทน์ที่หนูเคยรู้จักเลยนะคะ กันยากล่าวน้ำเสียงแข็ง ผอบจันทน์โดนต่อว่าก็แสดงความไม่พอใจออกมาบ้าง แต่ก็สงบลงอย่างรวดเร็ว
เราต้องเอาเข็มทั้งหมดไปที่วิหารกุหลาบ แล้วทำพิธี ตามบันทึกนี้ สมัยหนึ่งโรงเรียนเราโดนโจมตีโดยใช้ความมืดแฝงเข้ามาตามข้าวของเครื่องใช้ ทุกเช้านักเรียนที่มาถึงโรงเรียนต้องไปที่วิหารกุหลาบเพื่อทำลายความมืดให้หมดไป ขั้นคิดว่าจะทำอย่างเดียวกัน... ผอบจันทน์รู้ว่าอธิบายอย่างไร กันยาก็คงยังทำสีหน้างุนงงอยู่ดี คำถามมากมายจะหลั่งไหลออกมาจากหัวสมอง แต่ก็ไม่สามารถถามได้อย่างตรงไปตรงมา
ถ้าแบบนั้นให้พวกหนูช่วยยกกระเป๋าสี่ใบนี่ไปที่วิหารกุหลาบดีไหมคะพี่ผอบจันทน์ กันยาเสนอ ผอบจันทน์ส่ายศีรษะอย่างอ่อนแรง แต่นั่นก็ไม่ได้มีความหมายว่าจะไม่รับน้ำใจของกันยา
หวังว่าสิ่งที่กำลังทำอยู่คงไม่ได้เป็นการพาพวกเธอก้าวข้ามประตูสู่ปฏิภพ ผอบจันทน์ลุกขึ้นพับกระดาษที่จดไว้เมื่อครู่เก็บไว้ในกระเป๋ากระโปรง ก่อนจะส่งสัญญาณให้ทุกคนเริ่มเคลื่อนไหว
จบองก์4สมุดบันทึกหนึ่งร้อยปี